@prefix bia: <https://id.bia.or.th/> .
@prefix dcterms: <http://purl.org/dc/terms/> .
@prefix prov: <http://www.w3.org/ns/prov#> .
@prefix rdfs: <http://www.w3.org/2000/01/rdf-schema#> .
@prefix rico: <https://www.ica.org/standards/RiC/ontology#> .
@prefix xsd: <http://www.w3.org/2001/XMLSchema#> .

bia:aname-buddhadasa-01 a rico:AgentName ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:comment "หลักฐาน: ปฏิทินชีวิต/อัตชีวประวัติ · อยู่ในวงเล็บของ rico:name หลักอยู่แล้ว แยกออกมาให้ค้นเจอ" ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=800&previewPage=1> ;
    rico:textualValue "เงื่อม พานิช" ;
    rico:type "ชื่อเดิม (ฆราวาส)" .

bia:aname-buddhadasa-02 a rico:AgentName ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:comment "หลักฐาน: ฉายาเมื่ออุปสมบท ๒๙ ก.ค. ๒๔๖๙ (evt-2469-ordination)" ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1499&previewPage=1>,
        bia:evt-2469-ordination ;
    rico:textualValue "อินทปัญโญ" ;
    rico:type "ฉายา" .

bia:aname-buddhadasa-03 a rico:AgentName ;
    rdfs:comment "หลักฐาน: รูปเขียนบาลีที่ปรากฏในเอกสารต้นฉบับ/ธรรมโฆษณ์" ;
    rico:textualValue "อินฺทปญฺโญ" ;
    rico:type "ฉายา (อักขรวิธีบาลี)" .

bia:aname-buddhadasa-04 a rico:AgentName ;
    rdfs:comment "หลักฐาน: สัญญาบัตร ร.๘ ปีที่ ๑๓ ลง ๑ มี.ค. ๒๔๘๙ (BIA01000001-0040 รายการที่ ๒ — docs/appointment-certs.md)" ;
    rdfs:seeAlso bia:evt-2489-phrakru ;
    rico:textualValue "พระครูอินทปัญญาจารย์" ;
    rico:type "สมณศักดิ์" ;
    rico:usedFromDate "1946-03-01" .

bia:aname-buddhadasa-05 a rico:AgentName ;
    rdfs:comment "หลักฐาน: สัญญาบัตร ร.๙ ปีที่ ๕ ลง ๔ ธ.ค. ๒๔๙๓ (รายการที่ ๖) — พระราชาคณะ" ;
    rdfs:seeAlso bia:evt-2493-ariyananthamuni ;
    rico:textualValue "พระอริยนันทมุนี" ;
    rico:type "สมณศักดิ์" ;
    rico:usedFromDate "1950-12-04" .

bia:aname-buddhadasa-06 a rico:AgentName ;
    rdfs:comment "หลักฐาน: สัญญาบัตร ร.๙ ปีที่ ๑๒ ลง ๕ ธ.ค. ๒๕๐๐ (รายการที่ ๘) — เลื่อนจากพระอริยนันทมุนี" ;
    rdfs:seeAlso bia:evt-2500-ratchachaikawi ;
    rico:textualValue "พระราชชัยกวี" ;
    rico:type "สมณศักดิ์" ;
    rico:usedFromDate "1957-12-05" .

bia:aname-buddhadasa-07 a rico:AgentName ;
    rdfs:comment "หลักฐาน: สัญญาบัตร ร.๙ ปีที่ ๒๖ ลง ๕ ธ.ค. ๒๕๑๔ (รายการที่ ๑๐) — เลื่อนจากพระราชชัยกวี" ;
    rdfs:seeAlso bia:evt-2514-title ;
    rico:textualValue "พระเทพวิสุทธิเมธี" ;
    rico:type "สมณศักดิ์" ;
    rico:usedFromDate "1971-12-05" .

bia:aname-buddhadasa-08 a rico:AgentName ;
    rdfs:comment "หลักฐาน: สมณศักดิ์สุดท้าย (evt-2530-thammakosajarn ในกราฟ)" ;
    rdfs:seeAlso bia:evt-2530-thammakosajarn ;
    rico:textualValue "พระธรรมโกศาจารย์" ;
    rico:type "สมณศักดิ์" ;
    rico:usedFromDate "1987-12-05" .

bia:aname-buddhadasa-09 a rico:AgentName ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:comment "หลักฐาน: OCR ธรรมโฆษณ์ + คำท่านเองในบทสัมภาษณ์ (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา) · ใช้กับงานร้อยกรอง" ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1011&previewPage=1> ;
    rico:textualValue "สิริวยาส" ;
    rico:type "นามปากกา" .

bia:aname-buddhadasa-10 a rico:AgentName ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:comment "หลักฐาน: บทความวิพากษ์สภาพพระศาสนา ๒๔๗๖ (สรุปเหตุการณ์ในกราฟ อ้างอัตชีวประวัติ)" ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1011&previewPage=1> ;
    rico:textualValue "ธรรมโยธ" ;
    rico:type "นามปากกา" .

bia:aname-buddhadasa-11 a rico:AgentName ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:comment "หลักฐาน: บทความวิพากษ์สภาพพระศาสนา ๒๔๗๖ (แหล่งเดียวกับ 'ธรรมโยธ')" ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1486&previewPage=1> ;
    rico:textualValue "ชินวาทก์" ;
    rico:type "นามปากกา" .

bia:aname-buddhadasa-12 a rico:AgentName ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:comment "หลักฐาน: นสพ.พุทธสาสนายุคแรก — แกล้งเขียนค้านพุทธศาสนาให้ผู้อ่านคิดทุกแง่ (อัตชีวประวัติ หน้า 244)" ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1012&previewPage=1> ;
    rico:textualValue "นายเหตุผล" ;
    rico:type "นามปากกา" .

bia:aname-buddhadasa-13 a rico:AgentName ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:comment "หลักฐาน: เขียนเลียน 'องุ่นเปรี้ยว' ตอบโต้งานของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช (อัตชีวประวัติ หน้า 244)" ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1012&previewPage=1> ;
    rico:textualValue "องุ่นอ่อน" ;
    rico:type "นามปากกา" .

bia:d-evt-2449-birth a rico:Date ;
    rico:expressedDate "พ.ศ. 2449" ;
    rico:normalizedDateValue "1906-05-27"^^xsd:date .

bia:d-evt-2536-death a rico:Date ;
    rico:expressedDate "พ.ศ. 2536" ;
    rico:normalizedDateValue "1993-07-08"^^xsd:date .

bia:person-amonrit a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1123&previewPage=1> ;
    rico:history "07/09/2569 รวมระเบียน amorn เข้าที่นี่ — เป็นคนเดียวกันที่เก็บสองรอบ (รอบปฏิทินชีวิตกับรอบบทสัมภาษณ์) ตำแหน่งข้าหลวงภาค ๕ และ ๑๔ จังหวัดภาคใต้ตรงกัน",
        "ข้าหลวงภาค ๕ กระทรวงมหาดไทย (๑๔ จังหวัดภาคใต้) — คู่เดินทางตระเวนเทศน์ครั้งใหญ่ ๒๔๙๓; รู้จักกันที่การประชุมเผยแผ่ภาคแล้วตกลงตระเวนด้วยกัน อายุแก่กว่าพุทธทาส ~๕ ปี (QA หน้า 355)",
        "ชื่อตัว \"พร้อม ณ ถลาง\" มาจากภาคผนวกปฏิทินชีวิต ๘๐ ปี (ภาพ 1491): \"ตระเวนเทศน์หัวเมืองปักษ์ใต้ กับพระยาอมรฤทธิธำรง (พร้อม ณ ถลาง)\"",
        "เป็น 'อาจารย์' ของพุทธทาสในแง่เล่าเรื่องที่คนอื่นเล่าไม่ได้ (โลกขุนนาง-นักธุรกิจรุ่นเก่า เช่นเรื่องนายเลิศ) และทักภาษาไทย (อลเวง≠อลวล); 'ภาพพจน์ของขุนนางผู้ใหญ่ที่สุจริต...ประจบประแจงไม่เป็น' มีอารมณ์ขันแบบโบราณ ไม่วางตัวฝ่ายการเมือง; ลูกชาย ๓ คนเคยมาบวชที่สวนโมกข์ (QA หน้า 416-418)" ;
    rico:name "พระยาอมรฤทธิธำรง (พร้อม ณ ถลาง)" .

bia:person-arunwatee a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1013&previewPage=1> ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02010000-0370-000-0_0000-00?page=653&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030100-0020-047-0_0000-00?page=6&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030100-0020-055-0_0000-00?page=5&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0010-033-0_0000-00?page=8&previewPage=1> ;
    rico:history "ชื่อเต็ม นางสาวอรุณวตี สุวรรณกนิษฐ์ · หน้าลงนามของเธอเองสะกดทั้ง 'อรุณวตี' และ 'อรุณวดี' ในบรรทัดเดียวกัน (อะไรๆ ในชีวิตฯ คำอนุโมทนา พฤศจิกายน ๒๕๒๖)",
        "ถอดเทป ทานเทป และตรวจสอบต้นฉบับชุด 'ธรรมสำหรับครู' ให้สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (คำนำ การปฏิบัติงานคือการปฏิบัติธรรม)",
        "ผู้ดูปรู๊ฟงานพิมพ์ชุดธรรมโฆษณ์ให้พุทธทาสจนกระทั่งส่งพิมพ์ ('ตอนหลังสุดนี้ผมก็แทบจะไม่ได้ดูแล้ว'); เป็นผู้ถอดต้นฉบับจากเทปไปลงพิมพ์ด้วย (QA หน้า 242, 245)",
        "เป็นที่ปรึกษาคณะผู้จัดทำธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม และกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับอุบาสิการัญจวน อินทรกำแหง พระพรเทพ จิตปญฺโญ และพระดุษฎี เมธงฺกุโร (ภาคผนวก ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑)",
        "เป็นผู้ติดต่อดำเนินการพิมพ์ให้เจ้าภาพที่ขออนุญาตพิมพ์ธรรมบรรยายแจกเป็นธรรมทาน ในนามสวนอุศมมูลนิธิ (คำนำ ฟ้าสางทางปรมัตถ์ฯ · อะไรๆ ในชีวิตฯ)" ;
    rico:name "คุณอรุณวตี" .

bia:person-buddhadasa a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1011&previewPage=1> ;
    rico:birthDate "1906-05-27"^^xsd:date ;
    rico:deathDate "1993-07-08"^^xsd:date ;
    rico:hasBirthDate bia:d-evt-2449-birth ;
    rico:hasBirthPlace bia:place-pumriang ;
    rico:hasDeathDate bia:d-evt-2536-death ;
    rico:hasDeathPlace bia:place-suanmokkh ;
    rico:hasFamilyAssociationWith bia:person-khunnai-nguan,
        bia:person-piw ;
    rico:hasOrHadAgentName bia:aname-buddhadasa-01,
        bia:aname-buddhadasa-02,
        bia:aname-buddhadasa-03,
        bia:aname-buddhadasa-04,
        bia:aname-buddhadasa-05,
        bia:aname-buddhadasa-06,
        bia:aname-buddhadasa-07,
        bia:aname-buddhadasa-08,
        bia:aname-buddhadasa-09,
        bia:aname-buddhadasa-10,
        bia:aname-buddhadasa-11,
        bia:aname-buddhadasa-12,
        bia:aname-buddhadasa-13 ;
    rico:hasOrHadCorrespondent bia:person-kulap ;
    rico:hasOrHadTeacher bia:person-khru-klan,
        bia:person-khru-sak,
        bia:person-phra-chun,
        bia:person-plat-thum,
        bia:person-upajjhaya-khong ;
    rico:hasOrHadWorkRelationWith bia:person-amonrit,
        bia:person-arunwatee,
        bia:person-bunchuan,
        bia:person-chamnan,
        bia:person-chao-chuen,
        bia:person-khru-iam,
        bia:person-ladphli,
        bia:person-lung-klin,
        bia:person-lung-thiang,
        bia:person-mahasamroeng,
        bia:person-mahavichit,
        bia:person-manas,
        bia:person-na-se,
        bia:person-nai-that,
        bia:person-panyananda,
        bia:person-pranee,
        bia:person-rabin,
        bia:person-sasanasophon,
        bia:person-suthon,
        bia:person-ta-jud,
        bia:person-thammathas,
        bia:person-tongsueb,
        bia:person-wirot ;
    rico:hasSibling bia:person-kimsoi,
        bia:person-thammathas ;
    rico:history "'กินข้าวสุกอย่าให้เสียข้าวสาร ทำงานอย่าให้เสียแรง' — 'ผมช่วยรักษาของเก่าอย่างนี้หลายอย่าง เอามาเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร อธิบายให้เห็นประโยชน์' (หน้า 711)",
        "'งามอยู่ที่ผี ดีอยู่ที่ละ พระอยู่ที่จริง'",
        "'ชินวาทก์' บทวิพากษ์ (ปฏิทินชีวิต ๒๔๗๖)",
        "'ทุรโลการมณจิต' เรื่องปรารภโลก — ส่วนใหญ่เขียนคนเดียวใช้หลายนามปากกา (หน้า 244)",
        "'ผมไม่เชื่อเรื่องหมอดูมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว จนเป็นนิสัย' (หน้า 89)",
        "'สังคายนาแต้มหัวตะ' (คำล้อของ ร.๕): สังคายนาไทยแค่ตรวจตัวอักษร ค/ต ไม่แตะเนื้อความ — ต่างจากพม่าครั้งที่ ๖ ที่วินิจฉัยข้อความจริงแต่ 'ไม่ไปแก้ของเก่าเลย เขียนบันทึกพิมพ์ไว้ท้ายเล่ม — นี่ดี ทำอย่างนี้ดี'; ตัวอย่างที่ไทยไม่กล้าแตะ: อตมฺมยตา ยังปรากฏเป็น อต/อค/อก ปะปนกัน; ท่านถ่อมตนปิดท้าย: 'ผมไม่ได้รอบรู้พระไตรปิฎกอะไรนักหนา เพียงแต่ว่าตั้งใจรวบรวมข้อความ...เพียงเลือกเก็บเอาตามที่พอใจ' (หน้า 504-505)",
        "'สังฆเสนา' แบบนักรบเพื่อธรรม",
        "'สิริวยาส' โคลงกลอน",
        "'อินฺทปญฺโญ' และ 'ธรรมโยธ' เขียนเรื่องวิพากษ์ (ถูกด่าเรื่อย)",
        "'โชคมันดีอยู่หน่อยที่มันไม่ไปสนใจเรื่องเพศ ถ้าไปสนใจเรื่องเพศคงเสร็จไปนานแล้ว คงไม่มีสวนโมกข์อย่างทุกวันนี้' (หน้า 131)",
        "กลอนล้อสุนทรภู่: 'สุนทรภู่ เขากลอนดี เพราะมีเหล้า...ส่วนเราเหล้าไม่มี มีแต่น้ำ จะปลุกปล้ำเท่าไร กลอนไม่ดี' (ไม่นิยมสุนทรภู่เพราะเหล้า-ผู้หญิง); นิราศที่ตั้งใจแต่งจริงมีแต่ 'นิราศลพบุรี' (แต่งให้คุณสัญญาคนพาไปเที่ยว) (หน้า 436-437)",
        "กลไกสติ-สัมปชัญญะ-ปัญญา (คำอธิบายเฉพาะของท่าน): 'สติเป็นพวกสมาธิ สัมปชัญญะเป็นพวกปัญญา — พอมีอารมณ์มากระทบ สติระลึกถึงความรู้ (ญาณ) แล้วเอาปัญญามายืนคุมเชิงต่อหน้าอารมณ์ นั่นคือสัมปชัญญะ; ถ้าไม่มีสติ ปัญญามหาศาลอย่างไรก็เป็นหมันหมด ถ้าไม่มีปัญญา สติก็เหมือนไม่มีอาวุธ' — 'ซึ่งในโรงเรียนนักธรรมไม่ได้สอน' (QA หน้า 678-684)",
        "การจำแนกสำนวนคัมภีร์: 'วินัยก็สำนวนอย่างนี้ สุตตันตะก็อย่างนี้ อภิธรรมก็อย่างนี้ อย่างน้อย ๓ รูปแบบไม่เหมือนกัน...พลิกหลาย ๆ ครั้งเข้าก็แยกออก มันรู้ขึ้นมาเองเพราะมันชิน'; เคล็ดเดียวของการแตกฉานบาลี: 'ไม่มี มีแต่ว่าทำมันเรื่อยไป' + ความรู้รอบตัวเรื่องบ้าน ๆ เรือน ๆ ช่วยยุติคำแปล (หน้า 489-490)",
        "การฉันอาหาร-ปัจจเวกขณ์: คติ 'พิจารณาเหมือนกินเนื้อลูกในทะเลทราย' ที่เขียนไว้ 'เขียนสำหรับพระบวชใหม่หรือเริ่มต้นปฏิบัติ'; ตัวท่านปัจจเวกขณ์ 'บางโอกาสไม่ได้ทำ...บางทีก็ปัจจเวกขณ์อย่างศึกษา ให้รู้เรื่องเอามาแต่งหนังสือ ไม่ได้ทำเป็นระเบียบตายตัว'; ยอมรับว่าก่อนสวนโมกข์ 'ฉันอร่อยและฉันมาก ฉันตามพอใจ ไม่มีการห้ามล้อ พอออกมาอยู่สวนโมกข์จึงฉันแบบมีการห้ามล้อ'; วัยชราฉันน้อยมาก 'ประมาณสัก ๔-๕ ช้อน อุจจาระวันละช้อน แล้วมันก็อ้วนอย่างนี้ ร่างกายวิปริต'; ของถูกปาก 'เปลี่ยนเรื่อย ตามธรรมชาติ' (ปีหนึ่งฉันผักมาก ปีถัดมาไม่ฉัน) หลัก ๆ คือน้ำพริกคลุกข้าว ผัก ปลาเค็ม; เคยทดลองฉันเจ (สะดวกช่วงมหาจุลอยู่ เพราะมหาจุลปฏิญาณกินเจ) ฉันผลไม้ล้วนไม่กินข้าว (เผือก มัน กล้วย มะละกอ — 'อุจจาระไม่เหม็นเลย') ฉันของหวานล้วน 'อยู่ไม่ได้ ๒-๓ วันก็จะตาย' (QA หน้า 665-667)",
        "การถือวินัยส่วนตัว (ตอบตรง ๆ ราย-ข้อ): ๒ ปีแรกที่สวนโมกข์ไปลงปาฏิโมกข์ที่วัดโพธาราม; ปลงอาบัติตามแบบมหานิกาย (ไม่ระบุสิกขาบท); ไม่เคยต้องอาบัติสังฆาทิเสส (สวนโมกข์ยุคแรกก็ไม่มี); พินทุผ้า 'ทำมาตั้งแต่แรกบวชเลย เดี๋ยวนี้บางทีก็เผลอ'; ลงอุโบสถ 'ไม่เคร่ง แต่มันไม่เคยขาด'; เคารพตามอาวุโส 'พยายามถือ — มันเป็นมรรยาทของมนุษย์ด้วย ไม่ใช่วินัยอย่างเดียว'; รักษาบาตร 'ทำก็มี ไม่ได้ทำก็มี'; ขุดดินตัดหญ้า 'เคยทำเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเป็นตัวอย่าง เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว' (หน้า 635-639)",
        "การนอน: สีหไสยาสน์ 'เคยลองแล้วทั้งนั้น ทำจนเป็นนิสัย นอนตะแคงขวาสบาย'; กำหนดเวลาตื่น 'เคยตื่นตรงเผงไม่ผิดแม้แต่นาทีเดียวหลาย ๆ ครั้ง จนเป็นธรรมดา อธิบายไม่ได้ แต่ไม่พ้นจากธรรมชาติ'; 'นอนเหมือนตื่น' = สำนวน หมายถึงหลับด้วยสติ-ตื่นด้วยสติ หัวท้ายติดต่อกัน; สมัยหนุ่มนอน ~๖ ชั่วโมง แก่แล้วน้อยลง ('คนชราออกกำลังน้อย หลับอิ่มง่ายขึ้น'); ไม่เคยกังวลงานจนนอนไม่หลับ 'ปาฐกถาสำคัญมันเตรียมไว้ก่อนหลายวันแล้ว' (นอนไม่หลับเฉพาะผิดที่/ที่เปิดให้คนเห็น เช่นห้องรับแขกวัด); ที่มาหมอนไม้สวนโมกข์: คิดทำกันตอนอบรมธรรมทูต จากบาลี 'หนุนท่อนไม้ แล้วมารจะไม่รบกวน' + ธรรมเนียมอินเดีย/กษัตริย์ลิจฉวีหนุนเพื่อเข้มแข็งอย่างนักรบ; บั้นปลายไม่ค่อยใช้แล้ว 'มันไม่มีแบบอะไรที่ตายตัว เอาตามสบายอย่างง่ายที่สุด ไปจำกัดตายตัวอย่างนั้นอย่างนี้ ยิ่งบ้าใหญ่' (หน้า 662-664)",
        "การระเหิดพลังงานเพศ (sublimation): 'เป็นไปโดยอัตโนมัติ ไม่ได้มีแผนการณ์ — ทำงานที่เราชอบหามรุ่งหามค่ำ พลังงานที่รุนแรงทางนั้นมันก็ลด เอาแรงทางเพศมาใช้ทางสติปัญญา'; ต้องมีงานที่ 'หลงใหลขนาดเป็นนางฟ้า' ยกอุปมาบาลี 'พระไตรปิฎกชื่อวาณี เป็นนางฟ้าเกิดจากดอกบัวคือพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้า จงมารึงรัดจิตใจของข้าพเจ้า' = 'ไปแต่งงานกับนางฟ้าเสีย (หัวเราะ) สมรสกับนางฟ้ากล่าวคือพระไตรปิฎก'; ยกตัวอย่างนายหวอด (คนเล่นนกเขา-ปลากัด-ไก่ชนใกล้วัดเวียง หายใจเป็นนกเขาจนไม่มีลูกเมีย) = ภวตัณหา/รูปราคะดึงจนลืมกามตัณหา 'นักค้นคว้านักประดิษฐ์ตัวยงก็น่าจะเป็นแบบนี้ — เป็นเรื่องมานะกับสมาธิ ไม่ใช่ปัญญาสูงสุด'; เคยศึกษาหลักโยคีเรื่องผันพลังงานเพศ 'โดยหลัก ไม่เคยโดยรายละเอียด' และยืนยันจากประสบการณ์ว่าอาหารบางอย่างกระตุ้นกามจริง (ฟักทองสุกแก่จัด ขนุนสุก ละมุดสุก — ตรงกันทั้งตำราโยคีและไสยศาสตร์ไทย); นิยามกามคุณ: 'ค่าจ้างของธรรมชาติ ไว้หลอกจ้างสัตว์ที่มีชีวิตให้สืบพันธุ์แค่นั้นเอง...ไปติดเบ็ดแล้วทำตามความต้องการของพรานเบ็ดโดยธรรมชาติ' (หน้า 650-654)",
        "การวิจารณ์ศาสนาในสังคม: กลุ่มแรกที่โจมตีก่อนคอมมิวนิสต์ไม่ชัดเจน; ความเข้าใจผิดหลัก ๆ ที่ท่านแก้: 'สันโดษทำให้คนไม่ทำงาน'=เข้าใจผิด, โชเปนเฮาเออร์มองพุทธเป็น pessimism 'มองไม่รอบคอบ' — ที่ถูกคือ 'พุทธศาสนามองโลกในแง่ที่เป็นไปตามเหตุตามปัจจัย แก้ไขให้ดีก็ได้' (หน้า 591-592)",
        "การอ่านพรรษาที่ ๓: ไทยเขษมรายเดือน โคลงกลอนครูเทพ (เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี) หนังสือหลวงวิจิตรวาทการ น.ม.ส. และวารสารพุทธศาสนาภาษาอังกฤษที่ธรรมทาสบอกรับ (มหาโพธิ, บริติชบุดดิสต์ ฯลฯ แต่ตอนนั้นความรู้ภาษาไม่พอ อ่านข่าวเสียมากกว่า) (หน้า 115-116)",
        "การเข้าเงียบ (ปฏิสัลลีนวิหาร): ทดลองตามแบบพระพุทธเจ้า ('๓ เดือนบ้าง หลายสัปดาห์บ้าง ไม่พบใคร อาหารวางไว้ในที่กำหนด') — ครั้งยาวทำครั้งเดียว 'เป็นเดือน ๆ แต่พูดไม่ได้ว่าหลายเดือน' นอกนั้นช่วงสั้น ๕-๗ วัน ของดบิณฑบาตให้พระเณรเอาอาหารมาวางไว้; เมนูช่วงเข้าเงียบ = ข้าวคลุกแกง (ข้าวสุกคลุกเนื้อปลาบดในอ่างใหญ่ หยอดแกง ปะหน้าผักหอมเช่นโหระพา) '(หัวเราะ) พูดแล้วยังน้ำลายไหล อร่อยกว่าฉันธรรมดา'; ช่วงเข้าเงียบ 'เขียนหนังสือก็มี ไม่เขียนก็มี นั่งเพ้อ ๆ ใจลอยไปก็มี' ทดลองสมาธิหลายแบบทั้งตามพระบาลีและ 'แบบฟรี แบบตามสบายใจ มีผลเหมือนกัน' (หน้า 673-675)",
        "การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕ ในสายตาท่าน: รู้ข่าวจากหนังสือพิมพ์+จดหมายเพื่อนพระจากกรุงเทพฯ ('เขียนเล่ามาอย่างไม่รู้ว่าเขาทำอะไรกัน'); ธรรมทาสเกณฑ์ให้เทศน์หนึ่งกัณฑ์ว่า 'ประชาธิปไตยน่ะเข้ารูปเข้ารอยกันกับหลักพระพุทธศาสนา...เหมือนกับการปกครองสงฆ์' (ชาวบ้าน 'ฟังถูกไม่กี่คน'); ท่าทีส่วนตัว 'ไม่มีความคิดว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย จำเป็นจะต้องยอมรับสภาพสถานการณ์'; เคยไปฟังปาฐกถา 'ปาร์เลียเม้นต์ในประเทศอังกฤษ' ของ น.ม.ส. ที่สามัคคยาจารย์สมาคม 'ฟังครั้งแรก ฟังไม่เข้าใจ' (หน้า 586-589)",
        "ก่อนบวช ศึกษาธิการอำเภอเคยพูดปาว ๆ ชวนเป็นครูประชาบาล เงินเดือน ๑๒ บาท (จากอัตราปกติ ๘ บาท) — ไม่เอา 'ทำงานที่บ้านมันได้ประโยชน์มากกว่า...เราก็ไม่มีหัวทางราชการ' (หน้า 171)",
        "ก่อนบวชเริ่มตั้งข้อสงสัย วิพากษ์การอธิบายตีความธรรมะ (ความหมายพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ทาน ศีล นรกสวรรค์) 'อยากให้มันชัดเจนกว่านั้น ให้มันเป็นเรื่องชีวิตเดี๋ยวนี้' แต่ยังไม่วิพากษ์คณะสงฆ์ (หน้า 80-81)",
        "ก่อนไปกรุงเทพฯเคยคิดว่า 'พระอรหันต์เต็มไปทั้งกรุงเทพฯ' พอไปพบจริงจึงผิดหวัง เห็นพระเณรไม่ค่อยมีวินัย พระปักษ์ใต้เคร่งเรื่องเงินทองกว่ามาก (หน้า 110-111, 115)",
        "ของเล่นวัยหลัง: ย้ายจอมปลวกมาจัดแถวทำโต๊ะ, เลี้ยงปลาดิสกัสปอมปาดัวร์ (คุณประยูรเอามาให้ คู่ละ ๔,๐๐๐ บาท) เคย 'นั่งดูปลาวันทั้งวัน', นกกาฮัง ('นกเงือกฉลาดที่สุด...โยนของให้รับ ไม่เคยพลาด'), นกยูงตัวละ ๓ บาท (สุดท้ายปีกหักโดนเสือดำกิน), กล้วยไม้ฟ้ามุ่ยจากเจ้าราชภาคินัยเชียงใหม่ (พิสูจน์ว่าเลี้ยงภาคใต้ได้); 'ของเล่นตอนแก่เดี๋ยวนี้ ก็คือ...การคิดถึงอะไรแปลก ๆ ยาก ๆ คิดอะไรใหม่ ๆ' ปัญหาสันติภาพโลก 'สิงสถิตในใจผมอยู่ตลอดเวลา' (หน้า 434-448, 454)",
        "คณะปฏิสังขรณ์/การเมืองคณะสงฆ์: ไม่ได้ร่วมทั้งความคิดและการกระทำ แต่ยอมรับตรง ๆ 'ถ้าเวลานั้นผมอยู่ที่นั่นน่าจะเอากับเขาด้วยก็ได้ ก็เรามีความคิดก้าวหน้าอยู่'; พ.ร.บ. ๒๔๘๔ 'ไม่รู้สึกเลย แทบจะไม่ได้สนใจจนออกมาแล้ว' (ผลพลอย: ถูกตั้งเป็นองค์การเผยแผ่ฯ); การเปลี่ยนเป็น พ.ร.บ. ๒๕๐๕ ท่านมองว่า 'เป็นการดิ้นรนฝ่ายธรรมยุต' ย้อนกลับหาแบบ รศ.๑๑๒; คดีพระพิมลธรรม: 'มันไม่ได้เสียหายเฉพาะมหานิกาย มันเสียหายต่อพระศาสนาโดยส่วนรวมด้วย...รู้สึกจะไม่คุ้มเลย' (หน้า 588, 592, 597-598)",
        "คลังคัมภีร์ค้นคว้า: พระไตรปิฎกบาลี ๔ ชุด + อรรถกถาครบเท่าที่จำเป็น + ฉบับอักษรพม่า (ของขวัญจากฉัฏฐสังคายนา — 'สมบูรณ์กว่า' ของไทย เช่น อทุติโย/อตฺตทุติโย) + ฉบับแปลอังกฤษ Pali Text Society และ The Sacred Books of the Buddhist + ดิกชันนารีบาลี PTS (มีตั้งแต่ก่อนตั้งสวนโมกข์) + ดิกชันนารีสันสกฤต ('คำบางคำต้องแปลงเป็นสันสกฤตจึงได้คำแปลที่ดี'); 'พระไตรปิฎกจีน' ที่อาซิ้มถวายที่จริงเป็นชุดวินิจฉัย-อรรถกถาจีน ไม่ใช่พระไตรปิฎก (คุณช้างเคยช่วยอ่านให้ฟัง); ชุดฆราวาส: The Great Books of the West ๕๖ เล่ม (คุณเรียมซื้อให้ 'ยาวตั้งวา' ใช้ดูว่าฝรั่งคิดอย่างไร), Illustrated Encyclopedia of Mankind ๒๐ เล่ม, สวามีวิเวกานันทะชุดใหญ่จากเจ้าคุณลัดพลีฯ, เซนของซูซูกิ+Charles Luk (หมอประพันธ์ให้), ตอลสตอยชุดสมบูรณ์ (ของพระกวง), หนังสือเพศศึกษา-กามสูตร ('ไว้เปรียบเทียบ...มนุษย์มันเคยคิดเรื่องอะไรที่จะทำให้ดีที่สุด') (หน้า 469-476)",
        "ความพอใจในชีวิต-การวัดตัวเอง: 'เท่าที่ทำมานี้ พอคุ้มค่าข้าวสุกแล้ว เหลือต่อไปนั้นเป็นผลกำไรเหลือเฟือ'; **ไม่วัดตัวเองด้วยมรรคผล**: 'ผมไม่เหมือนคนอื่นหรอก ไม่ได้วัดว่าตัวเองจะเป็นโสดาบัน สกทาคามี อนาคามี หรืออรหันต์ ไม่วัดและไม่พยายามจะกำหนด เพียงแต่ว่ามีความทุกข์เหลืออยู่หรือไม่ คอยดูอยู่'; ถามว่าทุกวันนี้มีทุกข์ไหม: 'ต้องพูดว่าไม่มี แต่ถ้าพูดว่าไม่มี ก็กลายเป็นอวดอุตริมนุสสธรรม (หัวเราะ)...เรายังเชื่อว่าอาจจะมีความอยากอย่างอื่นที่ไม่เคยมี โผล่มาวันใดวันหนึ่ง จึงระมัดระวังไม่ทำอะไรโดยการอยาก ทำด้วยเหตุผลของสติปัญญา' (หน้า 689)",
        "ความหมายของ 'ฉีกพระไตรปิฎก' ที่ถูกเข้าใจผิด: 'ปลดออก ระงับเสีย สำหรับเมื่อจะแสดงแก่คนชนิดไหน — คนพื้นฐานไม่ต้องฉีกออก แต่ถ้าจะแสดงแก่นักวิทยาศาสตร์แท้จริง ต้องปลดออกเสีย ๖๐% เหลือ ๔๐%...เหลือแต่เพชรเหลือแต่ทองคำ' และยืนยัน 'ไม่ได้ไปแตะต้องฉบับไหนโดยตรง' (หน้า 496-497)",
        "ความหวังตอนตั้งสวนโมกข์: 'สิ้นหวังที่จะได้อะไรจากกรุง ก็หวังจะได้อะไรจากในป่า...ไปตายเอาดาบหน้า' สอบเปรียญ ๔ ตกไม่ใช่ปม 'เรารู้สึกว่าเราเหลวไหลเอง' (หน้า 203)",
        "ความแก่: รู้สึกแก่ทางร่างกายเมื่ออายุ ~๖๕ ('เริ่มรู้จักเป็นหวัด ความอดทนต่อดินฟ้าอากาศอ่อนลง') 'แต่จิตไม่แก่ ส่วนของจิตล้วน ๆ คือความนึกคิดไม่แก่ มันจะยังหนุ่มขึ้นเสียอีก'; โรคประจำตัว: ท้องผูกแล้วเลือดออกแบบริดสีดวง เป็นมาตั้งแต่อายุ ๒๐ (หอยแครงกระตุ้น 'ฉันไม่กี่ตัวจะมีอาการ' แก้ด้วยยาญี่ปุ่นตราคนดำ); เจ็บหนักสุดสมัยหนุ่มแค่ไข้มาลาเรีย ๒-๓ วัน (หน้า 707-708)",
        "งานครูบาอาจารย์อดีตที่ยังศึกษาตลอด: นวโกวาท ธรรมวิภาค ธรรมวิจารณ์ ของสมเด็จกรมพระยาฯ ('ท่านต้องอธิบายอย่างนั้นเพราะสมัยนั้นมันมีเท่านั้น เรื่องภาษาคนภาษาธรรมไม่มีวี่แววในความรู้สึกนึกคิดของท่านเลย'); เคยเอางานสมเด็จพระวันรัต (พลับ, ฝ่ายอรัญวาสี ร.๔-๕) ลง พุทธสาสนา หลายตอน; ใช้ 'อภิธานัปปทีปิกา' (สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรฯ ชำระ) เป็นคลังไวพจน์ 'ได้รับประโยชน์มาก...แต่พวกอภิธรรมไม่ได้รับประโยชน์จากหนังสือนี้แม้แต่นิดเดียว เขามีหน้าที่จะนั่งนับเม็ดมะขาม' (หน้า 519-520)",
        "งานที่ยอมรับว่า 'พลาด ~๑ เปอร์เซ็นต์': เคยเทศน์เรื่องตายแล้วเกิดแบบสัสสตทิฏฐิตามแบบโรงเรียนนักธรรม (การศึกษาพระไตรปิฎกโดยตรง 'ช่วยให้เรารู้ว่านั่นมันผิดแล้ว' จึงเลิกสอน) และเคยใช้คำ 'วิปัสสนาคือวันคืนแห่งการคิด' — ที่ถูกคือ 'การดูความจริงของธรรมชาติ...เตรียมจิตให้ดู ดูแล้วเห็นเอง' (หน้า 332)",
        "งานอดิเรกสมัยเรียนบาลีกรุงเทพฯ (~๒๔๗๓-๗๕): เที่ยวเดินดูวัด-ถ่ายรูปทั้งวันกับพระครูชยาภิวัฒน์ผู้วางแผนเส้นทาง; กล้องแรก 'โกดัก เวสต้า' ๑๒ บาทจากเวิ้งนครเขษม ล้างอัดรูปเอง เคยถ่ายเมฆอย่างเดียวนับพันภาพ (เลิกเล่นกล้องเด็ดขาด ~๑๕ ปีก่อนสัมภาษณ์ ตอนหลังพระบุญชูช่วยทำแทน); เล่นพิมพ์ดีด แผ่นเสียง (เรียนภาษาด้วยลิงกัวโฟน) วิทยุ ในกลุ่ม 'พระอุตริ' ไม่กี่องค์ (หน้า 129-132)",
        "งานเขียนจริงจังชิ้นท้ายสุด = 'สมเด็จในความรู้สึกของข้าพเจ้า' (๑๒ มิ.ย. ๒๕๑๖) (หน้า 251)",
        "งานเผยแผ่กับการลดกิเลสไม่ขัดกัน: 'การที่จะต้องพูดนั่นแหละทำให้ต้องระมัดระวังมากขึ้น กลับเป็นผลดี'; เคล็ดการเรียน (ยืนยันจนบัดนี้): 'ถ้าอยากจะรู้เรื่องอะไร จงตั้งต้นการศึกษาเหมือนอย่างว่าเราจะไปเป็นครูเขาในเรื่องนั้น แล้วจะรู้ดีจนเกินพอ'; เรื่องฝังใจ: สวามีวิเวกานันทะไปเผยแพร่ที่อเมริกาได้รับต้อนรับอย่างยิ่ง 'กลับมาร้องไห้ว่าเป็นเรื่องเสียหายแก่จิตใจ เพราะมันทำให้ดีใจ — การไปหลงใหลกับผลสำเร็จคือความเลวทรามอย่างหนึ่ง เลยไม่กล้าคิด' (หน้า 687-688)",
        "จีวรยุคแรกสวนโมกข์ย้อมแก่นขนุนค่อนข้างดำ (ตามแบบพระพุมเรียงรุ่นเก่า เช่น อาจารย์เหม็น อาจารย์ทุ่ม พระใบฎีกาแช่ม) ผ้าขาดปะเองเย็บเอง — ตอนหลังเลิกย้อมดำเพราะเห็นว่า 'มันเล่นละคร แกล้งย้อมดำอวดคน' (หน้า 187)",
        "จุดค้นพบสำคัญ — ปฏิจจสมุปบาทไม่ข้ามภพข้ามชาติ: ยุคแรก 'ก็ยังสอนอย่างเดิม' ตามอรรถกถา/วิสุทธิมรรค (คร่อมสามชาติ) มาสะดุดเมื่อค้นพระบาลีมากขึ้น — 'เราก็มีตัณหาวันละหลาย ๆ หน จะไปคาบเกี่ยวกันตั้งชาติชนิดเข้าโลงทีหนึ่งอย่างไรได้'; สรุป: ชาติมี ๒ ความหมาย ทางกายเกิดครั้งเดียว แต่ 'ชาติที่เกิดจากตัณหาอุปาทานมีทุกคราวที่เกิดตัณหา...เกิดผลุงขึ้นมาเป็นตัวกูของกู' — **'เราเลยพบหลักที่เรียกว่าภาษาคนภาษาธรรมเพราะเหตุนี้'**; ยกแบบข้ามชาติไว้ 'เพื่อส่งเสริมศีลธรรม' แบบไม่ข้ามชาติไว้เป็นปรมัตถ์; ใช้เวลาขบ ~ครึ่งอายุสวนโมกข์ (~๒๕ ปี) 'เดี๋ยวนี้มันกลายเป็นย้ำเหมือนตอกตะปู...ต้องมีสติกั้นกระแสปฏิจจสมุปบาท...นี้เป็นวิทยาศาสตร์อย่างยิ่ง' (หน้า 514-519)",
        "ฉายา 'อินฺทปญฺโญ' เชื่อว่าพระจุล จนฺทาโภ ครูนักธรรมเป็นผู้คิดให้ (หน้า 100)",
        "ชีวิตปฏิบัติธรรม-ไม่มีจุดหักเห: ยืนยันว่าไม่มีช่วงเปลี่ยนแปลงใหญ่หรือประสบการณ์พิเศษแบบเกจิอาจารย์ 'มันมาทีละนิด ๆ เหมือนต้นไม้งอกขึ้นทีละนิด ไม่รู้ว่ามันตรัสรู้เมื่อไร'; วัดความก้าวหน้าด้วยอุปมาบาลี 'ด้ามเครื่องมือสึกไปทุกวันแต่ไม่รู้ว่าสึกวันละเท่าไร' รู้แต่ว่าสิ่งไม่พึงปรารถนาลดลง เช่นกลัวผีน้อยลงจนไม่กลัวเลย; บทความ 'สมัยโน้นเมื่อเรายังเที่ยวหาอัตตา' (๒๔๘๓) เขียนสำหรับชีวิตทุกคน ไม่ใช่อัตชีวประวัติ ตั้งชื่ออย่างนั้น 'เพื่อให้มันสะดุด' (หน้า 603-605)",
        "ชื่อทางการของสวนโมกข์คือ 'วัดธารน้ำไหล' ซึ่งปัจจุบันแทบไม่มีใครรู้จัก",
        "ชื่อเดิม 'เงื่อม': เซ็นชื่อเงื่อมมาแต่แรก 'ผมชอบที่มันแปลไม่ได้' ชาวบ้านออกเสียงเพี้ยนเป็นเนื่อม/เหงื่อม สมเด็จวัดเทพศิรินทร์เรียก 'เงื้อม' (หน้า 186)",
        "ตอบข้อกล่าวหา 'เป็นนักปรัชญา ไม่ใช่นักศาสนา': 'ผมสอนอยู่ทุกวันว่าพุทธศาสนาไม่ใช่ปรัชญา เป็นวิทยาศาสตร์ กฎเกณฑ์ของธรรมชาติด้านจิตด้านวิญญาณ — ปรัชญาเป็นเรื่องคำนวณ ธรรมะเห็นแจ้งโดยพ้นการคำนวณ ถ้าต้องคำนวณอยู่ยังไม่ใช่รู้แจ้งในพุทธศาสนา'; เคยถกเรื่อง 'ปรัชญา≠philosophy' ในวงสนทนาบ้านสวามีสัตยานันทปุรี (นาคะประทีปมาแทบทุกครั้ง เสฐียรโกเศศมาเป็นครั้งคราว ท่านไปกับเจ้าคุณลัดพลีฯ เสมอ ไม่เคยไปเองตามลำพัง); กาลามสูตร: 'ไม่ให้เชื่อ แต่เราต้องใช้มันทั้ง ๑๐ อย่าง — เป็นเรื่องผ่าน แต่ไม่ยุติตามนั้น' (หน้า 690-692)",
        "ตอบข้อสงสัย 'ไม่ครองเรือนจะรู้ทุกขสัจได้อย่างไร': 'ทุกทีที่เราอยากอย่างบ้า ๆ มันทรมานใจ นั่นแหละทุกขสัจ' ไม่ต้องเรียกชื่อบาลี; วาทะ 'อาจารย์ของพระพุทธเจ้าชื่อนายคลำ' (เรียนจากการคลำ-ลองผิดลองถูกโดยธรรมชาติ) 'ยังยืนยันอยู่บัดนี้'; คำถามเกิดมาทำไม — ไม่รู้ตั้งแต่เด็กจนบวชจนเป็นครู 'มันเพิ่งรู้เมื่อมีสวนโมกข์แล้ว ศึกษาธรรมะในชั้นลึกมากเข้า ๆ' (หน้า 614-616)",
        "ตอบข้อสังเกต 'ทิฏฐิกล้า ไม่ฟังใคร เพราะไม่มีครู': 'ผมถือความถูกต้องตรงที่มันดับทุกข์ได้ จะต้องไปเชื่อคนอื่นทำไม เราเห็นอยู่เองว่าดับทุกข์ได้หรือไม่ — จะเรียกว่าความเห็นกล้าแข็งก็ได้ ในลักษณะที่ว่าผิดไม่ได้ แต่กล้าแข็งอย่างจองหองอวดดีมันไปอีกอย่าง'; ไม่เคยต้องเลือกระหว่างความสุขใจกับเกียรติ 'เกียรติมันแค่สมมติ เราสนใจของจริง' (หน้า 696-697)",
        "ตอบเรื่อง ตามรอยพระอรหันต์ กับตัวเอง: 'มันเขียนเพื่อผู้อื่น เป็นหลักสำหรับคนทั่วไป' ตัวท่าน 'พยายาม' ปฏิบัติตาม; การหัวเราะ: 'หัวเราะ เดี๋ยวนี้ก็หัวเราะ...ถ้ารู้ธรรมะมากขึ้น มันหัวเราะลดลง ก็หัวเราะเป็นนัย ๆ'; ไม่เคยปฏิบัติจนเครียด 'เคร่งกับเครียดมันคนละคำทีเดียว' แต่เคยทำเคร่งเพื่อทดลองดูผล (กินผัก ไม่นอน); เวลาไปกรุงเทพฯ พักบ้านคุณชำนาญฝั่งธน (เรือนพิเศษไว้ให้แขก) 'เรียกว่าอยู่ในสลัม มองดูเข้าไปในเพิงสลัมมีโทรทัศน์' บ้างก็พักพุทธสมาคม/วัด (QA หน้า 646)",
        "ตำแหน่งเจ้าอาวาสช่วงบั้นปลาย (บทความ Lotusblätter 3/90, OCR งวด 3): ขอลาออกจากตำแหน่งด้วยเหตุสุขภาพตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๘ ทั้งเจ้าอาวาสสวนโมกข์และวัดพระบรมธาตุไชยา — มีการแต่งตั้งผู้ช่วยที่อยู่กับท่านมานาน (บทความเรียกว่า 'Acharn Pho Buddhadhammo') เป็นเจ้าอาวาสสวนโมกข์เมื่อ ๗ กรกฎาคม ๒๕๒๙ ส่วนตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุไชยายังไม่ได้รับการปลด",
        "ทัศนะ ๒ นิกาย: การเกิดธรรมยุต 'มีส่วนทำให้มหานิกายปฏิบัติดีขึ้น'; สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ เคยมุ่งรวมนิกาย 'แต่ก็ทำไม่สำเร็จ...นี่ต้องเรียกว่ามันเป็นกิเลสของมนุษย์ มานะทิฏฐิ'; พระป่า-พระบ้านสมัยแรกมีสวนโมกข์ 'ต่างฝ่ายต่างพูด' (พระป่าว่าพระบ้านไม่ปฏิบัติ พระบ้านว่าพระป่างมงาย); เกร็ดอวดเคร่ง: ปมนมสด 'ไม่รู้แน่นอนว่าอยู่ในข่ายอาหารหรือเภสัช' (หน้า 595-597)",
        "ทัศนะการเรียนบาลี: มูลกัจจายน์เดิม 'ท่องสิ่งที่ไม่รู้เรื่อง...เป็นปี' → สมเด็จกรมพระยาวชิรญาณฯ ปรับเป็นบาลีไวยากรณ์ 'ง่ายขึ้นหลายเท่า แต่แล้วก็ไม่มีใครปรับปรุงต่อมาอีก'; ไม่ชอบวิธีฝรั่ง 'รวบรัดมาก ไม่เรียนถึงรากศัพท์'; 'ทั้งบาลีทั้งนักธรรมมีทางทำให้ง่ายขึ้นอีกมาก แต่จะเอาอำนาจที่ไหนไปทำ' — ทำโดยอ้อมด้วยการแปลให้เห็น จนสมเด็จพระวันรัต (เฮง) เรียกไปสรรเสริญต่อหน้า 'แปลอย่างนี้เหมาะแก่สมัย' (หน้า 508-509)",
        "ทัศนะต่อพระพุทธโฆษาจารย์: วิสุทธิมรรค 'แต่งตามเค้าวิมุตติมรรค เพียงแต่เพิ่มเติมตัวอย่างที่เป็นท้องนิทาน...ไม่เห็นมีอะไรแปลก'; เรื่องเผาฉบับเดิม 'มันก็น่าเห็นใจนะ ถ้ามันมีอยู่ ๒ ฉบับแล้ว มันก็ค้านกันตายเลย' ปฏิเสธข้อหานักฉวยโอกาส 'ท่านอาจตั้งใจจะทำให้ดีที่สุด' (หน้า 515-516)",
        "ทัศนะต่อพระไตรปิฎกฉบับหลวงแปลไทย (๒๕ พุทธศตวรรษ): 'ยังมีส่วนที่เราไม่เห็นด้วย...แล้วก็เงียบ ๆ เพราะว่ามันเป็นเรื่องอำนาจ' แต่ใช้เทียบเคียงตลอด; สำนวนแปลแบบโรงเรียน 'ถ้าเขียนเป็นสำนวนปัจจุบันก็คงได้ แต่คงจะถือกันว่าไม่ขลัง ถ้าใช้สำนวนตลาด' (หน้า 507-508)",
        "ทัศนะต่อฟรอยด์: ทฤษฎีทุกอย่างมาจากเพศ 'มันก็จริงที่สุด แต่มันก็มีขอบเขตอยู่เพียงกามาวจรภูมิ...ฟรอยด์ไม่รู้เรื่องรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ไม่รู้เรื่องพระอรหันต์ คำพูดนั้นจึงถูกครึ่งเดียว' (รู้จักฟรอยด์ผ่านวารสารของสวามีสัตยานันทบุรี) (หน้า 578-579)",
        "ทัศนะต่อมากซ์: 'ไม่ค่อยได้อ่าน...พอรู้เค้าเงื่อนแล้วก็ตัดบทเลย' เหตุผล: 'มากซ์ไม่เคยศึกษาพุทธศาสนาอย่างถูกต้อง...ไปจัดพุทธศาสนาไว้ในกลุ่มเดียวกับศาสนาอื่น'; โต้คำ 'ศาสนาเป็นยาเสพติด' — 'ศาสนาพุทธนี้ไม่เป็นยาเสพติด แต่กลับจะเป็นเครื่องปราบปรามยาเสพติด เช่นไสยศาสตร์' (หน้า 566-567)",
        "ทัศนะมหายานโดยรวม: 'ไม่ค่อยมีอะไรมาก หรือดีกว่าเถรวาท...ถึงจะได้อะไรมาจากมหายานก็ไม่ดีกว่าหรือเหนือกว่าที่เถรวาทมี' — วิเคราะห์ว่ามหายานขยาย ๒ ทาง: ทางต่ำเพื่อรักษาคนด้อยการศึกษาไว้ในวงพุทธ (สวดอมิตาภะ ๘ หมื่นครั้งไปสุขาวดี 'มันก็น่าเห็นใจ...น่าชมเชย') และทางสูง (มัธยามิกะ 'ก็สงเคราะห์เข้าในมัชฌิมาปฏิปทา'); เซนคือผู้ล้อเลียนตอบโต้มหายาน ('อมิตาภะคือจิตเดิมแท้...เซนจึงไม่มีเรื่องสวรรค์สุขาวดี') จุดเด่นเซน=ทำปัญญากับสมาธิควบคู่ 'ซึ่งมาเทียบเคียงดูเดี๋ยวนี้ เห็นได้ว่าระบบอานาปานสติสามารถรับหน้าเผชิญหน้ากับเซนได้'; ยกย่อง 'พระราชวิจารณ์มหายาน' ของ ร.๕ ถวายสมเด็จกรมพระยาฯ ว่า 'เขียนดีมาก...บางทีจะเห็นไปถึงกับว่าน่ากลัวมันจะมาครอบงำประเทศไทย'; ผู้จาริกจีน ๓ แบบ: ยวนฉ่าง=นักศึกษาแท้ ฟาเหียน=นักบันทึกประวัติศาสตร์ (แกม ๆ ไสยศาสตร์) อี้จิง=บันทึกการปฏิบัติ; ปรัชญาจีนอื่นอ่านนิดหน่อย (เหลาจื๊อ จางจื๊อ ขงจื๊อ — รวม 'ลัทธิของเพื่อน' ของพระยาอนุมานฯ); เคยตามพบพระญี่ปุ่นที่มาบวชที่วัดอรุณฯ โดยวานร้านถ่ายรูปญี่ปุ่นที่คุ้นเคยเป็นล่าม; บทสรุปวัยชรา: 'เดี๋ยวนี้เราไม่ต้องการเถรวาท ไม่ต้องการมหายาน ต้องการคำพูดอะไรก็ได้ที่มันพิสูจน์ได้ว่าดับทุกข์ได้ก็พอแล้ว' (หน้า 521-531)",
        "ทัศนะสัทธรรมปฏิรูป (ธรรมะปลอม): ตัวอย่างชั้นคัมภีร์ = อาการวัตตสูตร (อิติปิโสวนไปวนมา — เห็นตั้งแต่ก่อนบวช 'อ่านเข้าไปสัก ๒-๓ ใบ โอ๊ย! ไม่ไหว') ชมพูบดีสูตร (ไม่มีในบาลี-อรรถกถาแต่เทศน์กันทุกวัด); กล้าชี้ว่าแม้ในพระไตรปิฎกเอง จันทิมสูตร-อาทิตยสูตร และสูตรแนวสัสสตทิฏฐิ 'น่าจะจัดไว้ในพวกสัทธรรมปฏิรูปด้วยเหมือนกัน' (หน้า 483-485)",
        "ทัศนะเชื้อชาติพระพุทธเจ้า (ความเห็นส่วนตัวที่ 'ไม่เหมือนใคร'): น่าจะพันธุ์ออสตราลอยด์ผิวเหลืองแบบชาวเนปาล ไม่ใช่อารยัน/มองโกลอยด์ — คึกฤทธิ์ได้ยินแล้วว่า 'บ้า อะไร ๆ ก็ให้เป็นไทยไปเสียทั้งนั้น'; บั้นปลายวางแล้ว 'พระพุทธเจ้าเป็นชาติอะไรก็ได้...รู้แต่ว่าสอนให้ดับทุกข์ได้อย่างไร' (หน้า 549)",
        "ทำ 'ศึกษาธรรมะอย่างถูกวิธี' (ธรรมวิภาคนวกภูมิ) เป็นตัวอย่างตำรานักธรรมแนวใหม่ + เคยเสนอพระเถระให้มีการสอนธรรมะชั้นลึกเลยนักธรรมเอก — 'ท่านก็เห็นด้วย แต่มักจะลงเอยที่ว่าไม่มีคนสอน' (หน้า 330)",
        "ที่มา 'สำนวนสวนโมกข์': ไม่ชอบการแปลยกศัพท์ตามหลักสูตรที่ 'ชาวบ้านอ่านไม่รู้เรื่อง' — 'เราแปลแบบของเราจนเกิดสำนวนสวนโมกข์ขึ้น' (หน้า 203)",
        "ที่มาชื่อ 'พุทธทาส': ธรรมทาสตั้งชื่อตัวก่อน 'เราเห็นว่ามันว่างอยู่ตำแหน่งหนึ่ง ก็เลยเห็นว่ามันน่าจะชื่อพุทธทาส' — ใช้ครั้งแรกเขียนบทความวิพากษ์ศาสนาส่ง กรุงเทพเดลิเมล์ ก่อนตั้งสวนโมกข์ (เขาไม่ลง); ภายหลังยื่นจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อจริงเป็นพุทธทาส แต่ทางกรุงเทพฯ ไม่อนุญาต อ้างว่า 'ลบหลู่พระพุทธเจ้า' (ธรรมทาสจดได้ก่อนนานแล้ว) (หน้า 184-185)",
        "ท่าทีต่อการเลิกสวนโมกข์: 'ผมสลัดทิ้งได้เหมือนถ่มน้ำลาย...แล้วแต่อิทัปปัจจยตา สวนโมกข์ที่มีอยู่ก็เลิกได้ แม้แต่เดี๋ยวนี้ก็เลิกได้ ถ้ามันต้องเลิก ไม่เดือดร้อน' (หน้า 320)",
        "ท่าทีต่อคริสต์ (วิวัฒนาการ): พื้นเดิมสังคมไทยเรียกหนังสือฝรั่งว่า 'หนังสือของมิจฉาทิฏฐิ' (เจ้าคุณวัดปทุมคงคายังถือ); ท่านเอง 'ไม่มีความรู้สึกว่าแข่ง แต่มีความรู้สึกว่าเลียนแบบ ถ้ามันเป็นวิธีการที่ดี' (เช่นโรงเรียนพุทธนิคม); ยุคตอบปัญหาบาทหลวงยอมรับว่า 'มันก็เกิดกิเลส ไม่ชอบขึ้นมา ก็เลยตอบชนิดที่ไม่มีทางเข้ากันได้ เพราะตอนนั้นผมมุ่งหมายพระเจ้าอย่างบุคคลเท่านั้น' → ภายหลัง 'มีพระเจ้า ๒ องค์ พระเจ้าอย่างบุคคล กับพระเจ้าอย่างธรรมะ (กฎธรรมชาติ)' ไปพูดประสานความเข้าใจให้โปรเตสแตนต์เชียงใหม่; ศาสนาสากล: 'ถ้าจะมีศาสนาสากลก็คืออยู่ร่วมกันหมด...ต้องทรงไว้ทุกศาสนา สำหรับคนทุกแบบ ทุกรูป ทุกระดับ' (หน้า 557-561)",
        "ท่าทีต่อพระไตรปิฎก: 'แต่ก่อนเราก็เชื่อว่าพระไตรปิฎกแตะต้องไม่ได้ ครั้นมาถึงเดี๋ยวนี้...ไม่ถือเอาสักว่ามีในพระไตรปิฎก ต้องมองเห็นความดับทุกข์ได้จึงจะถือเอา'; เหตุที่เห็นว่าวินัย-อภิธรรมมีส่วนแต่งเติม: วินัยมี 'สมมติตัวอย่างคดี' มากเกินจำเป็น, อภิธรรม 'เรื่องที่ต้องไปเทศน์กันบนสวรรค์นั่นยิ่งไม่ไว้ใจ' และหัวข้อแรก ๆ หาพบในสุตตันตะอยู่แล้ว; หลักฐานจากสมันตปาสาทิกา: เดิมไม่มีคำว่าปิฎก มีแต่นิกาย ๕ (หน้า 490-492)",
        "ท่าทีต่อยศศักดิ์: กลอน 'เป็นหลวงตาดีกว่าเป็นเจ้าคุณ' เขียนทีหลังใต้ภาพรับพัดยศ ('ภาพที่เผยแพร่ไม่ได้ มันอวดดี'); พระนาคเสนเคยชวนเป็นผู้นำคืนพัดยศ — ท่านว่า 'คิดแบบนี้มันบ้า...ในโลกนี้ต้องมีเรื่องสมมติ'; เหตุผลรับ: 'ถ้าเป็นเจ้าคุณ เวลาพูดอะไรมันก็มีคนฟังมากกว่า' (หน้า 401-402)",
        "ธรรมะที่ใช้มากที่สุดในชีวิต: โยนิโสมนสิการ — 'ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดก็โยนิโสมนสิการ...ฉลาดขึ้นมาก็เพราะเหตุนี้'; จัดตัวเองเป็นพุทธิจริต 'ชอบสนุกกับการคิดการนึก การใช้ปัญญา'; ไม่มีเข็มชีวิตแต่แรก 'เปะปะมา บวชแล้วมาพบธรรมะเข้า พอใจ'; เรื่องโลก ๆ 'ลองสัก ๑๐% จะไม่ถึง แต่มันรู้หมดเลยว่ามันเช่นนั้นเอง แค่นั้นเอง' (หน้า 611-612)",
        "ธุดงควัตร-อยู่ต่ำสุด: หลัก 'มีชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ ต่ำสุดคือต่ำไม่ได้อีกแล้ว เรื่องกินอยู่นุ่งห่ม — หกล้มไม่ได้อีก เหลือแต่จะขึ้นไปเท่านั้น' (สูงด้วยกิเลสเดี๋ยวก็พังโครมลงมา); ไม่ต้องปรับตัว 'สมัครอย่างนั้นเลย เราตั้งเอาเอง ไม่ได้ทำในอาณัติของใคร'; นอนอย่างต่ำสุด 'บางทีก็มีเสื่อ บางทีก็ไม่มี หนุนหมอนไม้ รองด้วยสังฆาฏิพับ มุ้งไม่มี เว้นแต่เจ็บไข้'; เดินเท้าเปล่าจนหนังเท้าหนา (ที่สวนโมกข์ไม่หนาเพราะทรายนิ่ม 'ถ้าเดินธุดงค์ตามทางรถไฟจะต้องหนาปึก'); **ไม่เคยออกจาริกธุดงค์แบบที่เขาทำ**: 'เดินอยู่แต่ในสวนโมกข์ เพราะพอมาเริ่มงานเข้า มันอยากจะทำแต่หนังสือ' เคยนอนเล่นชายหาดที่คันธุลี (ท่าชนะ สุราษฎร์ฯ) เป็นคราว ๆ; แต่ถือธุดงค์โดยพฤตินัย 'ใช้จีวรเท่านั้น ฉันอาหารเท่านั้น บิณฑบาตเป็นวัตร ตามลำดับบ้าน ล้วนแต่เป็นธุดงค์ แต่ไม่ได้สมาทาน ไม่อยากทำให้มันเกิดเป็นเรื่อง'; วาทะสำคัญ: **'ทำวิปัสสนาโดยที่มีปากกาอยู่ในมือ ไม่มีแบบ ไม่มีพิธี...แต่เชื่อว่าทุกคนทำได้'** (หน้า 656-661)",
        "นามปากกาที่ใช้เขียนในหนังสือพิมพ์พุทธสาสนายุคแรก (ท่านเล่าเอง หน้า 243): 'พุทธทาส' เขียนเรื่องธรรมะโดยตรง",
        "นามปากกาเพิ่มเติม: 'ข้าพเจ้า' เขียนเรื่องแง่คิดขำ ๆ และ 'นายเหตุผล' แกล้งเขียนค้านพุทธศาสนา 'ให้ผู้อ่านนึกคิดในทุกแง่ทุกมุม...ให้คนอื่นได้วินิจฉัย' (คุณสด กูรมะโรหิต และท่านบุญชวนเขียนตอบเข้ามาโดยไม่รู้ว่าเป็นท่านเอง); ที่ถูกด่าเรื่อยคือ อินฺทปญฺโญ กับ ธรรมโยธ — 'นามพุทธทาส ไม่เคยถูกด่า' มีคนเขียนมาให้ 'ปลดอินฺทปญฺโญออกจากกองบรรณาธิการ' (หน้า 242-244)",
        "นิยามความเคร่ง: 'คำว่าเคร่งมันกำกวม ๒ ความหมาย — เคร่งในอุปาทานเป็นบ้าก็ได้ เคร่งด้วยสติปัญญามันก็พอดี มัชฌิมาปฏิปทาคือหลักเกณฑ์ของการเคร่ง เคร่งส่วนใหญ่มักจะอวดตน เคร่งเพื่ออวดคน ที่เคร่งเพื่อให้กิเลสหมดเร็วนั้นมีน้อยมาก' (หน้า 669)",
        "นิสัยการอ่าน-จดโน้ต: 'อ่านลวก อ่านหยาบ อ่านเอาแต่ใจความ' ไม่ขีดเส้นใต้ (ต่างจากหนังสือคุณกวงที่ขีดเกือบทุกบรรทัด); เคยทำบัตรคำธรรมะอยู่พักหนึ่งแล้วเลิก 'ทำอะไรไม่จริงด้วยผมน่ะ ไม่เคยมีความอดทน แต่ความคิดน่ะมี' เคยคิดทำบัญชีเรื่องในพระไตรปิฎก บัดนี้ 'ความคิดมันเหลืออยู่เพียงเรื่องเดียว เรื่องจะดับทุกข์อย่างไรเท่านั้นเอง' (หน้า 599-600)",
        "น้ำปานะสวนโมกข์เก่า: ระยะยาว = ใบชุมเห็ดผิงไฟต้มใส่น้ำตาลทรายแดง (สมัยนั้นปี๊บละ ๓ บาท) บางสมัยมีน้ำลูกหว้าคั้น (บ้านนี้เรียกลูกเขรียง) มะขามป้อม ลูกจัน 'มีกฎเกณฑ์ที่ว่าแล้วแต่มันจะมี'; เกร็ดฉันนอกวัด: สมัยสวนโมกข์เก่าเคยพากันไปฉันริมทะเล ลงเรือไปฉันในทะเล ไปนั่งล้อมหนองบัวให้เด็กถอนบัวมาจิ้มน้ำพริก 'รู้สึกไม่ถูกต้องตามวินัยนัก...มันสนุก เปลี่ยนอากาศ'; มาสวนโมกข์ใหม่ไปฉันที่คลองปากด่านเกือบทุกวันช่วงซ่อมคลอง; ตอนอบรมธรรมทูตพาไปฉันโรงนาพี่ข้อง 'ให้บรรยากาศคล้ายครั้งพุทธกาล' (หน้า 668)",
        "ปณิธาน ๓ ข้อ (เข้าถึงหัวใจศาสนาของตน/เข้าใจระหว่างศาสนา/เข็นโลกออกจากวัตถุนิยม) เพิ่มเข้ามาภายหลัง ต่อยอดเจตนารมณ์เดิม ๓ แขนง (หน้า 207)",
        "ปณิธาน ๓ ข้อ ประเมินเอง: 'ทำมาทั้ง ๓ ข้อ ได้ผลด้วยกันทั้ง ๓ ข้อ แต่ไม่มีข้อไหนถึงที่สุด — มันยากพอ ๆ กัน'; งานที่ได้ผลน้อยกว่าคาด = คำสอนสุญญตา/อนัตตา ('ประชาชนเข้าใจไม่ได้...คนที่รู้แล้วไม่ยอมรับ เอาไปล้อก็มีเยอะ แต่ถึงอย่างไรมันก็ก่อหวอดตั้งตัวติดแล้ว เรื่องความว่าง') ทั้งที่หนังสือแนวนี้กลับขายดีผิดคาด; ส่วนที่ได้ผลเกินคาด เช่นปาฐกถาที่กรุงเทพฯ 'ไม่เคยประเมินผล แต่รู้ว่ามันได้ผลมากเกินคาด' (QA หน้า 704-705)",
        "ประกาศไม่ยอมมีลูกศิษย์: 'ไม่เคยจะให้เป็นลูกศิษย์...แต่ทำอย่างเพื่อนมนุษย์'; ยอมรับว่าตนไม่เคยมีครูฝึกจริงจัง และ 'มุ่งความสำเร็จของงานมากกว่าให้ความสนใจตัวบุคคล' — คนใกล้ชิดจากไปก็ไม่อาลัย 'เหตุปัจจัยอย่างไรก็ไปอย่างนั้น' (หน้า 396-398)",
        "ปรัชญาต่อเสียงรบกวนเมื่อถนนใหญ่ตัดผ่าน: 'ต่างฝ่ายต่างต้องยอมเสียสละผลประโยชน์ส่วนตนคนละครึ่ง...หลักของผมไม่ใช่ว่าให้เงียบกริบ...เรามีจิตใจที่ไม่หวั่นไหวไปตามเสียงนั้น มันก็คือสงัด' (หน้า 311)",
        "ป่วยหนักกลับจากโรงพยาบาล (๒๕๑๘) จึงย้ายมาพักห้องเล็กปัจจุบันที่มีห้องน้ำในตัว (หน้า 306)",
        "พรรษาแรกนั่งเขียนอ่านคัดลอกมากจนเป็นโรคกระษัย (โรคไต) แก้ด้วยการให้เด็กเหยียบหลังและยาแผนโบราณต้มกิน (หน้า 101)",
        "พัฒนาการสมาธิ (บทจิตสิกขา): เริ่มฝึกจริงจัง 'ช่วงแรก ๆ มีสวนโมกข์...ฝึกไปพลางค้นไปพลาง ค้นพระไตรปิฎก มันเลยทำสมาธิอยู่ในตัว ในการคิด ในการค้น เหมือนกับทำวิปัสสนาเลย'; ระยะหลังนั่งสมาธิเงียบ 'กลายเป็นทำเพื่อพักผ่อน' ส่วนวิปัสสนา 'ทำเมื่อจะหาเรื่องไปพูดให้เขาฟัง มีได้แม้ขณะนั่งคุยกับแขก — แต่พระอาจารย์ทั้งหลายตามแบบวิปัสสนาเขาคงไม่รับรอง'; อ้างว่ารู้จักสมาธิจากการสังเกตเอง 'ก่อนพบหลักในพระบาลีด้วยซ้ำ' (ปริสุทโธ สมาหิโต กัมมนีโย) และ 'ผมมีพรสวรรค์ในเรื่องสมาธิตามธรรมชาติ' (หน้า 672-676)",
        "พิธีของสวนโมกข์ (ปีใหม่/วิสาขะ): 'มันทำเพื่อชาวบ้าน เพื่อให้ชาวบ้านได้มีอะไรทำ...ถ้าว่ามันไม่ค่อยมีแรงมันก็เบื่อ ไม่ต้องทำก็ได้ ทำเพื่อให้ผู้อื่นสบายใจ — โพธิสัตว์มีหน้าที่ทำให้ผู้อื่นสบายใจ' (คำตอบสุดท้ายของบทสัมภาษณ์ทั้งเล่ม, หน้า 712)",
        "พื้นภูมิการอ่านยุคเรียนบาลี: ธรรมจักษุ (อ่านแต่แรกบวชจากตู้หนังสือวัดใหม่ ศึกษาพระสูตรแปลจากที่นี่) รวมเทศน์เจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) วิสุทธิมรรคแปลไทยชุด ๖ เล่ม กามนิตใน ไทยเขษม งานเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป กาญจนาคพันธ์ ดวงประทีปของหลวงวิจิตรฯ; นักเขียนเด่น ๔ คนยุคนั้น (น.ม.ส. หลวงวิจิตรวาทการ พระองค์วรรณฯ ครูเทพ) — ท่านกับธรรมทาส 'ชอบสำนวนครูเทพมากที่สุด' (หน้า 140-143)",
        "พุทธศาสนากับวิทยาศาสตร์: นิยามส่วนตัวตั้งแต่ ~๒๔๗๕ 'ถ้าเป็นเรื่องพิสูจน์และทดลองก็เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ ถ้าเป็นเรื่องการคำนวณละก็เป็นเรื่องปรัชญา' (สอดคล้องกาลามสูตร — ห้ามตรรกเหตุ นยเหตุ); บริบทยุคนั้นคำว่าวิทยาศาสตร์ในไทยแปลว่า 'ของปลอม' ('ทองวิทยาศาสตร์'=ทองปลอม พระเถระผู้ใหญ่เกลียดคำนี้) — การเสนอ 'ธรรมะเป็นวิทยาศาสตร์' จึงทวนกระแส; หลักส่วนตัว: 'เรียนธรรมะออกไปหาวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เรียนวิทยาศาสตร์เข้ามาหาธรรมะ'; อิทัปปัจจยตา 'เป็นกฎวิทยาศาสตร์...พระสงฆ์ควรจะรู้อย่างยิ่ง'; จุดอ่อนวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน: 'ไม่มองในเรื่องดับทุกข์ในจิตใจของคนเสียเลย...เป็นอุปกรณ์ส่งเสริมกิเลส'; วิสัยทัศน์ล้ำยุค: เสนอว่าเคมี-ประสาทวิทยาอาจผลิต 'ยากินเพื่อบรรเทาโลภะ โทสะ โมหะ...ให้โกรธไม่ได้ ผมคิดว่าทำได้' แม้ชั่วคราวก็ยังดี ('แต่ถึงจะทำยาชนิดนี้ขึ้นมาไม่มีใครซื้อแน่ เพราะเขาต้องการสิ่งที่ส่งเสริมกิเลสทั้งนั้น'); พุทธ=ศาสนาไม่มีพระเจ้าจึงเป็นวิทยาศาสตร์ได้ 'ศาสนาที่มีพระเจ้าไม่มีทางเป็นวิทยาศาสตร์ เพราะอะไร ๆ ก็แล้วแต่พระเจ้า ซึ่งมีอารมณ์อย่างบุคคล' (หน้า 567-574)",
        "ภาพธิเบตในโรงหนัง ๒ ภาพ: ยักษ์ปฏิจจสมุปบาท (ระบิลก๊อปปี้จากผ้าแพรของจอห์น โบลเฟลด์) และภาพวิปัสสนาญาณที่ทะไลลามะให้ไว้เมื่อมาเยี่ยมสวนโมกข์ (หน้า 532)",
        "ภารตวิทยา-เวทานตะ: ศึกษาจริงจังยุคสวามีสัตยานันทบุรีเข้ามาสมัย ร.๗; วิเคราะห์จุดแยกพุทธ-ฮินดู: เวทานตะไม่ละอัตตวาทุปาทาน ('เขาต้องการให้อาตมันนั้นแหละเป็นผู้ได้') จึงจัดอริยบุคคลเทียบกันไม่ได้เลย — แม้สวามีเรียกเวทานตะว่า 'บ่อเกิดแห่งมติพุทธศาสนา'; อธิบายปมบาลีที่คนงง: คำอธิบายละสักกายทิฏฐิ (โสดาบัน) กับละอัตตวาทุปาทาน (อรหันต์) 'เหมือนกันทุกตัวอักษร' ต่างที่ระดับ (หน้า 532-537)",
        "มติเรื่องพระกับบุหรี่-ยาเสพติด (ยืนยันไม่เปลี่ยน): 'แม้แต่บุหรี่ยังเลิกไม่ได้ แล้วจะไปทำอะไร กัมมัฏฐานภาวนาจะทำได้อย่างไร' และตอบตรงว่าพระอาจารย์ที่ทำกัมมัฏฐานแต่ยังสูบ 'นั่นแหละคือข้อที่ผมไม่นับถืออาจารย์บางรูป'; หลักเบื้องหลัง: 'ถ้าไม่มีประโยชน์แล้วต้องละ ทุกคนต้องละ ไม่ยกเว้นใคร — ในทางจิตใจไม่มีอะไรเล็กน้อย ของเล็ก ๆ เป็นเครื่องวัดว่าคนนี้ถือหลักหรือไม่'; ส่วนของเล่น-การพักผ่อน 'ต้องมี แต่ต้องพิสูจน์ว่าไม่มีโทษ ฤษีมุนีต้องเล่นฌาน บาลีเรียกฌานกีฬา เป็นพระอรหันต์ก็ยังเล่นฌาน' (หน้า 669-671)",
        "มองย้อน: 'ไปหาพระธรรมที่อินเดียเป็นเรื่องบ้า ต้องหาในตัวเรา' (หน้า 166)",
        "มิตรภาพ: ยอมรับว่าเพื่อนคุยความในใจ 'ไม่ค่อยจะมี เพราะเรามันทะนงตัวเกินไป' แต่เพื่อนตายแทนกันได้มี — ตัวอย่างคือพระครูสุธนฯ (หน้า 432)",
        "มีคนชื่อพ้องที่ถูกเข้าใจสับสนบ่อย: พุทธทาส หิริวิชัย ฆราวาสลังกาในอเมริกา และพุทธทัตตะ ชาวลังกาผู้มีชื่อใน Encyclopaedia Britannica (เคยพบกันฉันข้าวร่วมกันที่มัทราส อินเดีย) (หน้า 185-186)",
        "ยกให้อานาปานสติ ๑๖ ขั้น 'วิเศษที่สุด — ฝึกหมดจะมีทั้งศีล สมาธิ ปัญญา อย่างสมบูรณ์ที่สุด'; และเสนอ **'วิปัสสนาระบบลัดสั้นแบบยุคปรมาณู'** ของตัวเอง (คลุกศีล-สมาธิ-ปัญญา-สติ-สัมปชัญญะรวมในอิริยาบถนั้น ๆ ไม่ต้องแยก ๑๖ ขั้น แล้วมันจะเป็น ๑๖ ขั้นเองโดยอัตโนมัติ) 'แต่ไม่มีใครสนใจเรื่องนี้'; แรงจูงใจเบื้องหลัง: 'ความคิดที่รุมอยู่ในจิตใจของผมอยู่เสมอ คือหาวิธีที่ง่ายสำหรับเพื่อนมนุษย์ในการปฏิบัติธรรม จึงอธิบายอะไรออกมาแปลก ๆ หลายคนเลยเห็นว่าผิด เห็นว่านอกศาสนาก็มี' (หน้า 684-686)",
        "ยอมรับข้อปฏิบัติเฉไฉของวงการสงฆ์ที่ตัวท่านก็อยู่ในนั้น: เรื่องเงินทอง และ 'แม้แต่เรื่องจีวรก็ผิดวินัยทั้งนั้น จีวรนี้มันใหญ่เท่าจีวรสุคตหรือใหญ่กว่าเสียแล้ว'; เกร็ดรองเท้า: เคยไม่สวมรองเท้าไปบ้านหมอตันม่อเซี้ยง 'คันเกือบตาย น้ำลายทั้งนั้นที่พื้น' จึงถือหลักสวมได้โดยจัดตัวเป็นผู้ป่วย; อทินนาทาน ๕ มาสก = ทองคำหนักเท่าข้าวเปลือก ๕ เม็ด การถือเท่าบาทไทย 'ยิ่งดีเสียอีก ถือให้มันเล็กเข้ามา'; คติ 'ปาปมุตตะ/พ้นจังไร' ของพระผู้เฒ่า (แบบตาหลวงมิน) = ปาปมุตตะโดยสมมติ ไม่ใช่ปาปมุตตะแท้ของพระอรหันต์; เดรัจฉานกถา: พูดเรื่องบ้านเมืองได้ถ้า 'สนทนาในฐานะบริวารเรื่องอริยสัจ...แต่บ้าการเมือง สนทนาแต่เรื่องการเมืองก็ใช้ไม่ได้' (หน้า 637-640)",
        "ยุคคลั่งงานหนังสือเคยทำวันละ ๑๘ ชั่วโมง สนุกกับการคิดคำใหม่ ('ตัวกูของกู', 'กิน กาม เกียรติ', 'สะอาด สว่าง สงบ') (หน้า 327)",
        "ยุคแรกเด็กพุมเรียงเรียก 'พระบ้ามา ๆ' แล้ววิ่งหนี เพราะเห็นแปลกที่อยู่-บิณฑบาตคนเดียว (หน้า 213)",
        "ร้านหนังสือประจำในกรุงเทพฯ: ร้านสี่กั๊กพระยาศรี (หน้าร้านเขียน 'มาดีไปดี') ชอบซื้อ National Geographic ไร้ปกราคาถูกไว้ดูรูป; ไม่เคยสั่งหนังสือจากต่างประเทศเอง — ธรรมทาสเป็นคนสั่ง (หน้า 600)",
        "วรรณกรรม: เช็คสเปียร์อ่าน ๓ เรื่องฉบับแปล ร.๖ (จำสุภาษิตเวนิสวาณิช 'เขาช่างสอนจริงหนอไอ้ขอทาน แล้วสอนให้คัดค้านคนช่างสอน'); นิยายไทยก่อนบวช 'อ่านเกือบทุกเรื่องเท่าที่ผ่านมา' (ดอกไม้สด สันต์ เทวรักษ์); กอร์กีเคยอ่านบ้าง ศรีบูรพาผ่าน ๆ (หน้า 582)",
        "วัยเด็ก: ค่อนข้างอ่อนแอ (บวชแล้วจึงแข็งแรงขึ้น); 'เป็นคนทะลึ่งไม่กลัวผี ไม่เชื่อผี ตั้งแต่เด็กวัยรุ่น'; ได้ความรู้ยาแผนโบราณจากชีวิตเด็กวัด (ยากระทุ้ง/ยาเขียว); วัยหนุ่ม: ช่วยโยมค้าขายจนเป็น 'ผู้จัดการ' กิจการบ้านแทนมารดาจนอายุครบบวช เกเรสุดแค่ขโมยดอกกุหลาบข้างรั้ว; การอ่านก่อนบวช: บ้านเป็นร้านขายหนังสือ — จักรๆวงศ์ๆ, งานแปลฝรั่ง (โซไรดา, พันหนึ่งทิวา), งานเทียนวรรณ และ ก.ศ.ร.กุหลาบ (รับประจำปีละบาท) + อาส่งหนังสือแปลกใหม่จากกรุงเทพฯ; บวชตามประเพณีโดยญาติผู้ใหญ่ปรึกษากัน ไม่มีใครสั่งตรง (QA หน้า 48-80)",
        "วาทะวิจารณ์อภิธรรม (สรุปจาก 'อภิธรรมคืออะไร'): อภิธรรมปิฎกเพิ่มเข้ามาทีหลังหลายยุค 'ในเมืองไทยเรามีการโฆษณาให้คนหลงใหล...กลายเป็นเรื่องงมงาย'; 'อภิธรรมรังหนู' = เจ็ดคัมภีร์ผูกใบลานที่สร้างอุทิศคนตายจนล้นเพดานกุฏิให้หนูกิน; 'อภิธรรมเม็ดมะขาม' = การเรียนนับจิตกี่ดวงตามอภิธัมมัตถสังคหะแบบพม่า; 'ฝรั่งเขาเรียกอภิธรรมปิฎกว่าเมตาฟิสิกส์...ถ้าไปสนใจแบบนั้นก็ไม่สนใจสุตตันตะซึ่งจะดับทุกข์ได้ คล้าย ๆ กับเฮโรอีน'; สายยุบหนอพองหนอ 'ปฏิบัติตามหลักในสุตตันตะ แต่อ้างเอาอภิธรรมเป็นเครดิต จับแพะชนแกะ เพราะในอภิธรรมปิฎกไม่มีแนวในการปฏิบัติ'; ย้ำเจตนา 'ไม่ใช่จะล้มล้างกัน แต่เพื่อให้คนหันมาสนใจการปฏิบัติแบบสุตตันตะ' (หน้า 510-511)",
        "วิจารณ์คำแปลฝรั่ง: 'สุวโจ' ฝรั่งแปลว่าพูดดี ที่ถูกคือ 'ว่าง่ายสอนง่าย'; 'สพฺพกายปฏิสํเวที' ต้องแปล all (ทุกกาย — กายเนื้อ+กายลม) ไม่ใช่ whole body (หน้า 469-470)",
        "วิจารณ์ตะวันตก: ประเด็นหลักคือ 'ตามก้นฝรั่ง' — 'วัฒนธรรมฝรั่ง...ไม่สอนให้บังคับตัวเอง...เป็นปฏิปักษ์โดยตรงกับพุทธศาสนา' แต่ 'ไม่มีแผนการต่อต้าน' พูดเฉพาะเมื่อขัดขวางการเผยแผ่ธรรม; เหมารวมเรื่องอัตตา: 'นอกจากพุทธแล้วมันก็เป็นเรื่องอัตตาในรูปแบบอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ' (หน้า 563-565)",
        "วิธีติดตามสังคม: ฟังวิทยุข่าวเป็นรายการประจำ ('ข่าวโดยตรงของสถานีประเทศไทย ข่าวโดยอ้อมของสมหญิง') เคยฟังวิทยุปักกิ่ง-บีบีซี-ญี่ปุ่น 'ฟังสนุก ๆ'; ยุทธศาสตร์เดียวต่อสังคม: 'มองสังคมว่าขาดศีลธรรม จะให้ศีลธรรมกลับมา — ต้องใช้คำว่ากลับมา เพราะมันเคยมี แล้วมันหายไป'; สรุป ๕๐ ปี: 'ในทางศีลธรรมไม่เห็นดีขึ้น ในด้านความรู้ ด้านหลักวิชาดีขึ้นมาก ความเลวร้ายทางศีลธรรมมากขึ้น' (หน้า 584-585, 598)",
        "วิธีทำงานเขียน: พิมพ์ดีดเลยไม่ร่างด้วยปากกา วางพล็อตในใจ ทำกลางวัน (กลางคืนอ่านค้นคว้า) เรื่องยุ่งยากค้น Encyclopaedia Britannica; ไม่ตรวจปรู๊ฟเลยตลอดเวลา 'เพราะว่าไว้ใจบรรณาธิการ' (หน้า 245-247)",
        "วิธีรู้เท่าทันอารมณ์เมื่อผัสสะ: 'ไม่ใช่เวลาสำหรับคิด — มันเร็วเหมือนสายฟ้าแลบ' ต้องเป็นความรู้อนิจจัง-ทุกขัง-อนัตตาที่ทำวิปัสสนาไว้ก่อนแล้ว 'สติระลึกถึงความรู้ที่เคยมีมา เอามายันเข้ากับอารมณ์' รับอารมณ์เป็นวิชชาสัมผัส สักว่าธาตุตามธรรมชาติ; สิ่งที่ระลึก 'เรียกว่าญาณ หรือปัญญา ไม่ใช่ความคิด — ถ้าความคิดมันทำอะไรไม่ได้' (หน้า 677-678)",
        "วิปัสสนูปกิเลส-ญาณ: ตัวท่าน 'ไม่เคยถูกหลอกจนถึงจะเรียกว่าอย่างนั้น' แต่ยอมรับแบบเบา ๆ (ทำสมาธิเป็นสุขจนไม่อยากทำวิปัสสนาต่อ 'มีสิทธิที่จะเป็นอย่างนั้น'); ชี้ว่าวิปัสสนูปกิเลส/วิปัสสนาญาณ ๙/ญาณ ๑๖ 'ไม่ใช่พุทธภาษิต เป็นคำอธิบายอรรถกถาชั้นหลัง' (ญาณ ๑๖ ที่ชอบอ้างกันนัก 'ไม่มีในพุทธภาษิต' สมบูรณ์ในวิสุทธิมรรค; พม่าประกวดกันแต่งหนังสือ องค์เด่นคือมหาสีสยาดอ) และของจริง 'มันแวบเดียวผ่านไปทั้ง ๙ อย่าง'; 'ความรู้ที่เรียนมาอาจจะนำจิตไปเสียตามที่เรียน เป็นญาณด้วยการเรียน มิใช่การปฏิบัติ' (หน้า 693-694)",
        "วิวัฒนาการเรื่องลำดับไตรสิกขา: ตามรอยพระอรหันต์ยังเรียงศีล-สมาธิ-ปัญญาตามธรรมเนียม (ธุดงค์แทรกระหว่างศีลกับสมาธิ) — ภายหลังเห็นว่า 'ในการปฏิบัติจริงต้องให้ปัญญานำหน้า ตามหลักอัฏฐังคิกมรรค'; ชี้ว่าพระพุทธเจ้าตรัสย่อ ๒ คำ 'สมถะและวิปัสสนา' บ่อยมาก (ศีล-ธุดงค์รวมในสมถะ) (หน้า 516-517)",
        "วิวาทะ 'สงฆ์เผด็จการ' (คำที่เคยถูกตีความผิด): ท่านหมายถึง 'การกระทำชนิดที่เฉียบขาดหลังจากสงฆ์ตัดสิน...เป็นอำนาจอันชอบธรรมเพราะมาจากการตัดสินใจของหมู่คณะ เฉียบขาดโดยธรรมวินัย' ไม่ใช่เผด็จการบุคคล (หน้า 595)",
        "วิเคราะห์ตนเอง: อุดมคติมาจาก 'ความบังเอิญหลาย ๆ อย่าง...มันถูกบีบบังคับให้อยู่ไม่ได้ที่กรุงเทพฯ' + นิสัย 'อยากทำอะไรให้ดีกว่าที่เขาทำ ๆ กัน เรียกว่าอวดดีโดยไม่เจตนา' ไม่ใช่การสืบสายจากสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ หรือเทียนวรรณ (หน้า 166-168)",
        "ศิลปะการคุยของคนแก่ที่ท่านรับช่วง: ชอบฟังคนแก่คุยจนตัวเองแก่กว่า 'เลยกลายเป็นหน้าที่ที่ต้องพูดให้เขาฟัง'; สำนวนที่รับมาใช้ต่อ: 'นกไม่เห็นฟ้า ปลาไม่เห็นน้ำ'",
        "ศีลในทัศนะท่าน: ยังถือคติใน ตามรอยพระอรหันต์ ว่า 'ความทุศีลภายในใจ แม้รู้แต่คนเดียว เป็นข้าศึกอย่างแรงต่อสมาธิ'; ศีลชั้นปฏิบัติจริง = 'เจตนาที่จะทำสมาธิก็คือศีล...ศีลคือการเพ่ง ควบคุมให้มีการเพ่งจิตอยู่ในความถูกต้องเสมอ' ไม่ใช่ตัวสิกขาบท; เคยเขียนความคิดชั่วขณะเรื่องแก้ไขจำนวนสิกขาบทในปาฏิโมกข์ ('บัดนี้เราควรแก้ไขตัดทอนเพิ่มเติมจำนวนสิกขาบทที่สวดกันหรือไม่') อธิบายภายหลัง 'ผมมันมีความคิดอิสระหน่อย...แต่เราทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะเพื่อนไม่ยอม' ไม่ได้คิดเปลี่ยนกฎเถรวาท/มติสังคายนาครั้งแรก (หน้า 633-634)",
        "สันนิษฐานประวัติพระไตรปิฎก: จำมุขปาฐะถึงสังคายนาลังกาครั้งที่ ๕ จึงจารึกทั้งหมด (แต่ท่านเชื่อว่าคงเขียนบ้างแล้วตั้งแต่ครั้งที่ ๓); เคยพบพระพม่าผู้ทรงจำพระไตรปิฎกทั้งหมดที่ฉัฏฐสังคายนา ('บอกให้กล่าวสูตรไหนก็ว่าได้หมด...ยังมาหาผมที่ที่พัก ถวายรองเท้ามาคู่หนึ่ง'); พระพุทธโฆษาจารย์เผาเฉพาะอรรถกถาเดิม ไม่เคยเผาพระไตรปิฎก; พม่าสลักหินอ่อน ~๘๐๐ แท่งที่มัณฑะเลย์ 'เพื่อว่าไฟจะไม่ไหม้'; เทียบมหายาน: 'สูตรที่แต่งใหม่ทั้งนั้น' เว้นชั้นขุททกนิกายที่มีร่วมกัน (คุณเลียง เสถียรสุต สอบดู); การนับครั้งสังคายนาแต่ละประเทศไม่ตรงกัน 'ต่างคนต่างก็มีเครดิตของตัวที่จะนับ' (หน้า 498-503)",
        "สัมมาสังกัปปะในทัศนะท่าน: อย่าตั้งเจตนาเอาเอง 'ขอให้มันเป็นไปตามอำนาจของสัมมาทิฏฐิ'; ความถูกต้องมี ๑๐ องค์ (มรรค ๘ + สัมมาญาณ + สัมมาวิมุติ ๒ อย่างหลังเป็นผล); ฆราวาส/พระโสดาบันครองเรือน: 'ไม่ครองเรือนเพื่อกามตัณหา แต่ครองเรือนเพื่อสืบพันธุ์บริสุทธิ์' ต้องแยกกามคุณกับการสืบพันธุ์ ยกปฐมบัญญัติพระสุทินเป็นตัวอย่าง 'เจตนาไม่ใช่เพื่อกามคุณ เจตนาเพื่อให้แม่ได้มีพันธุ์ — เรื่องของจิตมันลึกซึ้ง พูดอะไรง่ายโดยส่วนเดียวไม่ได้' (QA หน้า 630-632)",
        "หนังสือที่พอใจที่สุด = 'อริยสัจจากพระโอษฐ์' ('ฝากไว้เป็นอนุสาวรีย์ในโลกได้') รองมาชุดปรมัตถธรรม; แนะผู้เริ่มต้นให้อ่าน 'บรมธรรม' กับ 'ฆราวาสธรรม' (หน้า 345-346)",
        "หลักการศึกษา: ถือคัมภีร์ชั้นพระบาลีเหนืออรรถกถา ('เรื่องที่แน่นอนเด็ดขาดชัดแจ้งมันมีอยู่ในชั้นบาลี') — วิเคราะห์ว่าระบบเรียนไทยให้เรียนอรรถกถาเพื่อไปอ่านบาลีเอง 'แต่แล้วมันก็ตายด้าน หยุดอยู่เพียงแค่นั้น'; วิธีค้น: 'ไม่ได้อ่านทุกตัว แต่ว่าเปิดทุกใบ' — ตลอด ๕๐ ปีเปิดหลายรอบ ทุกครั้งที่ทำชุดจากพระโอษฐ์เล่มใหม่ต้องเปิดใหม่หมด; นิกายที่ใช้มากสุด: มัชฌิม+สังยุตต ('เรื่องพอดี ๆ กับประชาชน') อังคุตตรรอง ทีฆน้อย; อภิธรรมเปิดหยาบ ๆ ใช้ทำเชิงอรรถ; ติดขัดไม่มีใครปรึกษา 'อยู่ที่สวนโมกข์หาคนปรึกษายาก พยายามดิ้นรน...ตีความไม่แตกก็เก็บไว้ก่อน บันทึกไว้ก่อน ต่อมาก็ค่อย ๆ รู้' (หน้า 480-488)",
        "หลักคบมิตร: 'ไม่เคยขอร้องใครเพื่อความเป็นมิตร พยายามแต่ทำตัวให้ดี ให้น่าไว้ใจ ให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น...เราก็ไม่เคยผิดหวังเรื่องมิตร เพราะเราไม่ได้หวังอะไร' ถึงกับ 'ต้องควบคุมไม่ให้เกิดมิตรจนเหลือกำลังที่จะทำหน้าที่รักษาความเป็นมิตร' (หน้า 430-431)",
        "หลักตอบจดหมาย: ยุคแรก 'เลือกตอบเฉพาะคนที่ผูกพันกันอยู่' ประเมินว่างานจดหมายกับงานเขียนลง พุทธสาสนา ๒๐ ปี 'คงพอ ๆ กัน สาระก็ไม่แพ้กัน'; บั้นปลายไม่ตอบเกือบทั้งหมด แม้ครู/นักโทษเขียนมาขอหนังสือ 'ทำไม่ไหว อย่างอื่นสำคัญกว่า หมดแรงแล้ว' และไม่ตั้งใครทำแทน 'ทำไม่ตรงกับเรา' (หน้า 706-707)",
        "หลักปกครองวัด: 'เกือบจะไม่มีหลักอะไร...อยากจะให้เป็นแบบครั้งพระพุทธเจ้า ไม่ต้องมีคำว่าปกครอง ให้ทุกคนรู้สำนึกในหน้าที่' ไม่มีกฎระเบียบเป็นลายลักษณ์ (หน้า 383)",
        "หลักปฏิบัติเกี่ยวกับสตรี: ถือตามที่พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอานนท์ — ขั้นต้นไม่ติดต่อ ไม่ดูไม่แล ถ้าจำเป็นต้องติดต่อต้องมีสติสัมปชัญญะเต็มที่ ขั้นมีหน้าที่สอนสตรี 'ถ้าเชื่อตัวเองว่าทำได้โดยไม่เสียหายก็เอา ไม่แน่ใจก็อย่าเกี่ยวข้อง'; ตัวท่าน 'มากเท่าที่จะทำได้ ผมไม่ชะล่าใจ กลัว — เผลอนิดเดียวเสียหาย' (หน้า 646-650)",
        "หลักวินิจฉัยธรรมวินัยที่ใช้: มหาปเทส ๔ (ทั้งของสุตตันตะและวินัย) + หลักตัดสินธรรมวินัย ๘ ในโคตมีสูตร + กาลามสูตร — สรุปกาลามสูตรของท่าน: 'ให้ปัญญามาก่อนศรัทธา...ต้องย้ำลงไปด้วยคำว่ามันทำลายโลภะ โทสะ โมหะ' และแก้ความเข้าใจผิดว่ากาลามสูตรห้ามฟัง-ห้ามอ่าน ('ทำได้ทั้งนั้นแหละแต่อย่าเพิ่งเชื่อ'); ยถาภูตสัมมัปปัญญา = 'ปัญญารู้ชอบตามที่เป็นจริง' คือเกณฑ์เดียวกัน (หน้า 491-495)",
        "หลักวิปัสสนา: หลักสำคัญที่สุดในการอบรมปัญญา = เพ่งอนิจจัง-ทุกขัง-อนัตตาซ้ำ ๆ ทุกขั้น 'เป็นโสดาบันแล้วก็เพ่งอนิจจังทุกขังอนัตตา จนเป็นสกทาคามี'; เห็นจริงต้องพ้นการคำนวณเหตุผล 'เพราะถ้าคำนวณด้วยเหตุผล เดี๋ยวมันก็กลับไปตามเดิมอีก'; ฝรั่งศึกษาได้มากสุดแค่ logic 'โดยวิปัสสนาแท้ ๆ ยังไกลอยู่ เพราะมันทำไม่ถึง' (intuitive wisdom/insight พอเทียบวิปัสสนา); ปัญญา ๓ ขั้น สุตมย-จินตามย-ภาวนามย; เรื่องนิวรณ์: 'ถ้านิวรณ์ไม่เกิดขึ้น ควรถือว่ายิ่งกว่าได้ฌานเสียอีก'; เวลาที่นิวรณ์ไม่เกิดให้ใช้เป็นประโยชน์ 'ถ้านิวรณ์ไม่ว่างเว้นเสียเลยมันก็เป็นโรคประสาท เป็นบ้า แล้วก็ตาย' (หน้า 622-623)",
        "หลักวิมุตตายตนสูตร ๕ วิธีบรรลุธรรม: เพิ่งรู้จักสูตรทีหลังจากที่ทำเองมาแล้ว; ธรรมชาติร่วมของทั้ง ๕ = 'ปลุกให้เกิดความพอใจ เป็นสุข จิตชนิดนั้นก็เป็นสมาธิ ในความเป็นสมาธิจะเห็นแจ้งตามที่เป็นจริง' (พอใจ→ปีติ→สุข→ปัสสัทธิ→สมาธิ→เห็นแจ้ง); ปริยัติ-ปฏิบัติ-เผยแผ่ทำพร้อมกันไป 'บางเวลาก็เป็นกรรมกรก่อสร้าง ลงคลอง ทำถนน ลากไม้กับช้าง' เคยเป็นสมุหบัญชี ศิลปิน นักโบราณคดี 'มันไม่เคยขัดขวางกับธรรมะเลย' (หน้า 608-611)",
        "หลักเรื่องเงินทอง: 'ไม่มีเป็นของตัว ไม่รับเป็นของตัว...เขาให้เพื่อทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป็นของผู้นั้น เราเป็นเพียงผู้จัดการ'; สวนโมกข์ยุคแรกถือไม่จับเงินทองได้เพราะพระน้อย 'พอมันมากเข้าก็เหลือที่จะควบคุม'; ความเห็นส่วนตัวที่ 'ไม่อยากพูด มันจะเกิดเรื่องร้าย': วัตถุอนามาสคือโลหะเงิน-ทอง ส่วนธนบัตร/เช็ค = ใบสั่งจ่าย ไม่ใช่วัตถุอนามาส สาระอยู่ที่ 'จะรับเป็นของตัวหรือไม่' (หน้า 636-637)",
        "อธิบาย 'อาศัยตัณหาละตัณหา' ของพระอานนท์: เป็นสำนวนพิเศษมีแห่งเดียว — ตัณหา/มานะที่มาจากสติปัญญา (ไม่ควรเรียกตัณหา) เอามาละตัณหา/มานะที่มาจากอวิชชา ส่วนกามารมณ์ให้ 'ชักสะพาน' (เสตุฆาต) ตัดขาด; เตือนว่าถ้าแปลผิด 'เพิ่มกามารมณ์ใหญ่เลย จนเกิดลัทธิที่เอากามารมณ์มาแก้ปัญหา เช่นลัทธิตันตริกบางนิกาย'; ความอยากเป็นนั่นเป็นนี่ = 'ของหนัก ทรมานจิตใจ — ชีวิตที่ไม่มีภาระคือชีวิตที่ไม่ได้เป็นอะไร' (หน้า 620)",
        "อธิบายกลอน 'พุทธทาสจักอยู่ไปไม่มีตาย': หมายถึงผลงาน ไม่ใช่ตัวตน — 'อยากให้ผลงานอยู่อย่างไม่มีตาย เป็นปณิธานอยู่รับใช้พระพุทธศาสนาตลอดนิรันดร ขอฝากฝังเพื่อนฝูงที่อยู่ข้างหลังช่วยทำให้สำเร็จ'; เผยว่า 'กลอนข้อนี้ตั้งใจจะเขียนไว้ติดที่หลุมฝังศพ ยังไม่ได้ติด'; เทียบเช็คสเปียร์ 'ไม่ตายเพราะมีคนออกชื่ออยู่เรื่อย' (หน้า 695-696)",
        "อริยสัจ ๔ กับไตรลักษณ์: สัมมาทิฏฐิคือเห็นความจริง 'หลาย ๆ แบบ' — รูปแบบอริยสัจ ๔ ไตรลักษณ์ ปฏิจจสมุปบาท ตถาตา จนถึงความว่าง 'เห็นไม่เป็นบวกไม่เป็นลบ'; ปฏิบัติจริงเริ่มจากมรรค 'สัมมาวิหาโร เป็นอยู่โดยชอบ...จึงตรัสว่าถ้าเป็นอยู่โดยชอบแล้ว โลกไม่ว่างจากพระอรหันต์'; วาทะ 'อภิธรรมยิ่ง-อภิธรรมเกิน': การแจกจิตเจตสิกนับเม็ดมะขามตามศาลาวัด = 'อภิธรรมเกิน เฟ้อ' อภิธรรมแท้คือศึกษาทุกข์-เหตุ-ดับ-ทาง 'เราว่าอย่างนี้ พวกนั้นเขาโกรธ' (หน้า 626-628)",
        "อานาปานสติยุคแรก: ตอนแรกในสวนโมกข์ 'ยังไม่พบสูตรอานาปาฯ ที่มาใช้เดี๋ยวนี้ รู้จักท่อนเดียวคือหมวดแรก ๔ ขั้นในมหาสติปัฏฐานสูตร' ภายหลังจึงเลยไปหมวด ๒ ของอานาปานสติสูตร; ฝึกอาโลกสัญญาจนหลับตาเห็นเหมือนลืมตา ('ของเล่น สมัครเล่น...ถ้าจัดเข้าหมู่นิมิตก็เป็นอุคหนิมิต แก้ง่วงนอนได้ดี') รวมถึงทิวาสัญญา (ทำกลางคืนเห็นเป็นกลางวัน) (หน้า 675-676)",
        "อารมณ์การค้น: 'เหมือนการเสพคบกับนางฟ้า...เป็นลักษณะมัวเมาในแง่ของปริยัติ' และยอมรับกิเลสผู้เปิดเผย — 'ก่อนนี้คำว่าปฏิจจสมุปบาท สุญญตา ตถตา ชาวบ้านพูดไม่เป็นหรอก เดี๋ยวนี้ชาวบ้านก็พูดเป็นกันบ้างแล้ว' (หน้า 481-482)",
        "อินทรียสังวร: ชี้ว่าวิสุทธิมรรคจัดอินทรียสังวรเป็นศีล (ศีล ๔) 'ที่ถูก สังวรอยู่ในพวกสมาธิ'; ความหมายชั้นสูงสุด = 'ไม่ให้เกิดกิเลสขึ้นมาเพราะการสัมผัสนั้น ๆ — ผู้ที่มีจิตใจสูงก็สัมผัสได้โดยไม่มีอันตราย ดูก็ได้ ฟังก็ได้' (ห้ามดูห้ามฟังเป็นชั้นต้น); หลักเสวยสุข: 'ที่อร่อยก็กินได้ ระวังอย่าให้จิตไปบูชาเข้า ไปอุปาทานเข้า — สักว่าเวทนาเท่านั้น'; ยินดีก็โง่ ยินร้ายก็โง่ 'ไม่ยินดีไม่ยินร้ายก็สงบสุข เป็นสุขอย่างชนิดนิพพาน'; เกร็ดรำวง: เคยถามผู้หญิงชาวบ้านยุคนิยมรำวง เอาสวรรค์หรือนิพพาน ชูมือเอานิพพานทั้งนั้น พอบอกว่าในนิพพานไม่มีรำวง 'ถ้าอย่างนั้นไม่เอา ขอถอน เอาสวรรค์' — คนตีความความสุขตามความรู้สึกที่ตัวรู้จัก (หน้า 643-645)",
        "เกณฑ์บวช: ไม่รับบวชนอกจากคนที่จะมาอยู่วัดนี้ (เจ้านาคบางคนหนีไปวัดอื่นเพราะที่นี่ 'เคร่งครัด...ไม่ให้สูบบุหรี่') (หน้า 403-404)",
        "เกร็ดเด็กวัดพุมเรียง: อาจารย์ที่วัดผูกบทล้อเด็กวัดทุกคน 'ขี้กินไอ้ชิด ขี้ชิดไอ้เงื่อม เทื้อม ๆ เณรนาค ปากมากไอ้หลุน...สุดสวยหิรัญ' (ขี้ชิด=ขี้เหนียว ภาษาถิ่น; หิรัญลูกผู้พิพากษาต่อมาเป็นอธิบดีกรมสรรพากร) รุ่นนั้นเหลือแต่ท่านกับตาหลุน (QA หน้า 599)",
        "เกือบเสียชีวิตครั้งที่ ๓: ไฟรั่วรถรางช็อตทะลุหนังมือวันฝนตก 'ดีที่ไม่ถึงกับตาย' (หน้า 130)",
        "เคยเขียนบันทึกประจำวันก่อนนอน แต่เลิกมา ~๒๐ ปี (หน้า 327)",
        "เคยเขียนแผนผังวัดในอุดมคติ: เจ้าอาวาส ๑ + อธิการ ๑๒ ด้าน (ปริยัติ เจ็บไข้ การเงิน ก่อสร้าง รับแขก ฯลฯ) แต่ 'หาผู้ร่วมมือยาก...วัดมันไม่มีเงินจ้าง' (หน้า 133)",
        "เบ็ดเตล็ด: ยกมารดาของพระยาอรรถกรมมนุตตี (บ้านตรงข้ามที่พุมเรียง) เป็น 'เอตทัคคะ' คนไม่มีทุกข์ — ฝนตกก็ลงสวนพลูไปคุ้ยขุด พลูงามแล้วไม่รู้ไม่ชี้ให้ลูกหลานเก็บขาย; เด็ก ๆ ตัวท่านพอฝนตก 'ออกมาปั้นแผนที่ประเทศไทยกลางถนน ลงแม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ไหลออกทะเล เล่นเวลาฝนตกไม่เหนื่อย'; ก่อนเข้าสวนโมกข์เคยฟังพระเทศน์ว่า 'นิพพานหมดไปนานแล้ว' = ตัวอย่างพูดตาม ๆ กันมาผิดหลักกาลามสูตร; ยืนยัน 'การพูดว่าวิญญาณนี้ไปเกิดเป็นมิจฉาทิฏฐิในพุทธศาสนา' (อ้างสาติภิกขุใน มหาตัณหาสังขยสูตร) 'ที่นี่และเดี๋ยวนี้ยังไม่มีคน มีแต่กระแสอิทัปปัจจยตา' แต่ยอมรับภาษาสมมติได้; 'เราให้ถือสวรรค์ในอก นรกในใจ นรกที่นี่มันน่ากลัวกว่านรกที่ตายแล้ว'; ปรัชญาความผิด: 'ความผิดสอนดี สอนแรง สอนเจ็บปวด ความทุกข์สอนดีกว่าความสุข ความสุขมีแต่ทำให้เหลิง'; สัพพัญญูความหมายแท้ 'ทรงทราบทุกอย่างเกี่ยวกับความดับทุกข์' (เคยถูกสมเด็จวัดเบญจฯ ดุที่เขียนว่าพระพุทธเจ้าพูดภาษาจีนไม่ได้); เคยคิดทำเปียโนใช้เองแบบของเรา 'ไม่ทันสำเร็จ รู้สึกป่วยการ จึงเลิก'; ทัศนะโบราณคดีบั้นปลาย (เปลี่ยนจากที่เคยชอบ): 'เดี๋ยวนี้รู้สึกว่าจะไม่คุ้มค่ากับเวลา คือไม่ดับทุกข์ เหมือนอภิธรรมเพ้อเจ้อ ก็เลยรามือ' — หม่อมเจ้าจันทร์จิรายุ รัชนี มายุให้เขียนต่อทุกปี 'ไม่กล้าบอกว่าเดี๋ยวนี้ไม่ชอบเสียแล้ว เกลียดเสียแล้ว แต่ก็ยังเสียดายวิชาความรู้' (หน้า 698-703)",
        "เป็น 'นักเก็บจดหมาย' — ตอบจดหมายดีดพิมพ์ ๒ ฉบับ เก็บสำเนาคู่ฉบับเสมอ (หน้า 334)",
        "เพื่อนบ้านผู้ช่วยประจำ: คุณปิ๋ว (กฎหมาย) คุณละออง แสงเดช (ต้อนรับแขก) หมอจำเนียร รัตนมีศรี (เจ็บไข้) — 'คบกันอย่างเพื่อนผู้หวังดี' (หน้า 430)",
        "เรียนภาษาอังกฤษเองที่วัดด้วยลิงกัวโฟน+เทียบอ่านหนังสือพิมพ์ไทย-ฝรั่ง 'ไม่เคยแอบไปเรียนอย่างที่เขาเอาไปเล่ากัน' (หน้า 146)",
        "เรื่องเคยคิดสึก (ตอบเปิดเผย): '(หัวเราะ) มันเคยคิด หรือเคยเอียงไปหาบ่อย ๆ เหมือนกัน บางยุคบางสมัย...ชนิดหวุดหวิด ๆ จวนจะออกไปเหมือนจะมีบ้างกระมัง แต่ไม่ถึงกับออกไป ต้องเรียกว่าโชคดี มันเลี้ยวของมันเอง'; เหตุผลที่อยู่: 'จะช่วยเพื่อนมนุษย์ ไม่มีทางช่วยได้เหมือนอยู่ในเพศบรรพชิต' + 'การสืบสกุลที่ชอบอ้างกันนัก สู้สืบสกุลด้วยธรรมะไม่ได้ — ใครรู้จักลูกหลานของเช็คสเปียร์บ้าง สกุลทางธรรมะของพระพุทธเจ้ายังอยู่'; ความรู้สึกทางเพศ: 'มันก็ต้องเกิด แต่เหมือนคลื่นกับฝั่ง คลื่นมันแรง แต่ฝั่งมันแข็งแรงพอจะรับ' ความขัดแย้งในใจลึก ๆ (กามฉันทนิวรณ์) 'มีอยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าเรามาสนุกในงานเสีย ความรู้สึกนั้นก็หมดฤทธิ์ไปเอง' (หน้า 650-653)",
        "เรื่องเทวดา: ชอบยกพุทธดำรัสที่ไม่ตอบว่ามี/ไม่มี ('จะถามอะไรอีกล่ะ เพราะว่ามันเชื่อกันอย่างอุโฆษไปแล้ว') และ 'ถ้าจะดูเทวดา ให้ดูพวกกษัตริย์ลิจฉวี' — เอาลง พุทธสาสนา เล่มแรก ๆ (หน้า 485-486)",
        "เลิกงานเขียนหลังมาอยู่สวนโมกข์ใหม่ ~๑๕ ปี (~๒๕๐๒) เปลี่ยนเป็น 'หลับตาพูด' ใส่เทป เพราะ 'มือดีดพิมพ์ไม่ทันความคิด' (หน้า 334)",
        "เล่าว่าเกือบเสียชีวิต ๒ ครั้ง: ก่อนบวชแบกจักรยานข้ามน้ำเชี่ยวระหว่างพุมเรียง-ไชยา และครั้งบวชแล้วเดินข้ามปากคลองที่บ้านกิ่วตอนเที่ยงคืนซึ่งมีจระเข้ 'มันหวุดหวิดเกือบจะไม่มีสวนโมกข์ในโลก' (หน้า 113-114)",
        "เส้นทางโบราณคดีศรีวิชัย: เริ่มปี ๒๔๗๓ ที่วัดพระธาตุ (ฟังหลวงบริบาลบุรีภัณฑ์กับพระครูเอี่ยมคุยกัน) 'เป็นบ้าไปพักหนึ่ง' จนพิมพ์ 'แนวสังเขปโบราณคดีรอบอ่าวบ้านดอน'; เล่มจุดประกาย = Towards Angkor ของ ดร.ควอริทช์ เวลส์; รู้ ๒ ค่ายศรีวิชัย (แหลมมลายู ตามมะชุมทาร์-เวลส์ vs สุมาตรา ตามเซเดส์) — ทัศนะท่าน: 'เกือบทุกแห่งบนแหลมมลายูนี้เคยเป็นศูนย์กลางความรุ่งเรืองของศรีวิชัย'; เลิกเพราะ 'การติดตามเสียเวลามาก ต้องใช้เวลาพอ ๆ กับศึกษาพระไตรปิฎกทั้งหมด' (หน้า 552-555)",
        "เหตุที่ประจำวัดใหม่ (พุมเรียง): ปู่ซึ่งเป็นน้องของย่าเคยเป็นสมภารวัดนั้นจนมรณภาพ (หน้า 86; หน้าช่วงต้นเล่มว่า 'พี่ชายของย่า' — ต้นฉบับสองแห่งไม่ตรงกัน)",
        "เหตุที่ไม่เคยไปเผยแผ่ต่างประเทศ: กลุ่มนักศึกษาเยอรมัน (ผ่านพระรุ่นปาสาทิโก-วิมโล) เคยเขียนถึงพุทธสมาคมขอให้จัดท่านไปเยอรมนีโดยออกค่าใช้จ่ายให้ — ปฏิเสธเพราะ 'ได้ปฏิญญาไว้แล้วว่าจะเฝ้ารัง รับหน้าศัตรูที่จู่เข้ามาถึงบ้านเรา (หัวเราะ)' + 'ภาษาก็ไม่ค่อยถนัด มีแต่ภาษาคุย ไม่มีภาษาสำหรับแสดงปาฐกถา' + ไม่ชอบอากาศร้อนจัดหนาวจัด แม้กลิ่นเนยก็ไม่ชอบ 'เต็มไปด้วย formality จุกจิกหยุมหยิม'; พระโลกนาถก็เคยชวน (หน้า 705)",
        "เหตุผลการศึกษาแต่ละศาสตร์: ปริยัติ='เก็บเอาหลักธรรมมาสำหรับใช้ปฏิบัติ...ไม่ใช่เพื่อเป็นนักปริยัติ'; เซน='เทคนิคของการรวบรัดที่สุด ทำพร้อมกันทั้งสมถะ-วิปัสสนา...ผมไม่จัดเซนเป็นมหายาน ที่จริงเซนเป็นผู้คัดค้าน ล้อเลียนมหายาน'; มหายานสูตรใหญ่ 'มันไปจบลงที่ละอุปาทานในขันธ์ ๕ ทั้งนั้น' (ซูซูกิว่าลังกาวตารสูตรเป็นเงื่อนต้นของเซน); วิทยาศาสตร์=เครื่องมือเผยแผ่แก่นักวิทยาศาสตร์; ปรัชญาตะวันตกสนใจน้อย 'ไม่มีเรื่องลึกซึ้งไปในทางดับทุกข์' (อ่านเฉพาะที่พาดพิงพุทธ เช่นโชเปนเฮาเออร์); วัชรยาน 'ไม่ชอบ' (รูปเคารพยับ-ยุมซื้อจากอินเดียมา 'ไม่กล้าให้ใครดู'); โบราณคดี 'ไม่ดับทุกข์' — เขียน 'แนวสังเขปโบราณคดีรอบอ่าวบ้านดอน' เพราะไชยาเต็มไปด้วยหลักฐาน (หน้า 459-467)",
        "แปลยากที่สุด = ฮวงโป ('ต้องใช้ความรู้ธรรมะที่เรามีอยู่เป็นเครื่องตัดสิน...ปริญญาทางภาษายาวเป็นหางก็แปลไม่ได้') (หน้า 336)",
        "โหราศาสตร์: 'ดาราศาสตร์น่าจะเป็นวิทยาศาสตร์ โหราศาสตร์ไม่ใช่...แรงของดวงดาวจะสู้แรงกรรมคือการกระทำได้หรือ'; ประเมินไสยศาสตร์เชิงสังคม: '๙๙ เปอร์เซ็นต์ของโลกมนุษย์คงต้องอยู่กับพวกนี้' (หน้า 577)",
        "โอมาร์คัยยาม — การตีความสวนกระแสโลก: 'เขาเป็นคนแรกที่ล้อพวกที่ถือพระเจ้า...ความจริงเป็นคำล้อ เขาล้อพวกบูชากาม แล้วก็พวกที่บูชาพระเจ้า...ฝรั่งไม่กี่คนหรอกที่จะรู้ถูกต้องอย่างนี้ เขาใช้โอมาร์คัยยัมเป็นตัวอย่างบุคคลบ้ากามทั้งนั้น'; เริ่มอ่านฉบับกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ (ผู้ซึ่งท่านเห็นว่าเข้าใจถูกและไม่เชื่อพระเจ้าเช่นกัน — 'พระเจ้าสร้างเรา ใครเล่าสร้างพระ'); เล่มแรกได้จากคุณนายสุด นครศรีฯ 'แกอ่านไม่รู้เรื่อง แกให้ผม' ธรรมทาสชอบมาก (หน้า 579-581)",
        "ไม่เคยคิดเข้าบริหารคณะสงฆ์ 'เราเข้าไปคนเดียวเหมือนกับนกเค้าตัวหนึ่งในฝูงกา' (หน้า 206)" ;
    rico:isChildOf bia:person-father-sieng,
        bia:person-mother-kluean ;
    rico:knows bia:person-achan-men,
        bia:person-chandchirayu-rajani,
        bia:person-dalai-lama,
        bia:person-ladphli,
        bia:person-lokanatha,
        bia:person-maha-ki,
        bia:person-mani-sithat,
        bia:person-narin-klueng,
        bia:person-phong-milintangkun,
        bia:person-phra-samu-chaem,
        bia:person-prasert-sub,
        bia:person-prayoon,
        bia:person-pun-chongprasert,
        bia:person-ranjuan,
        bia:person-samphan-nak,
        bia:person-sanya,
        bia:person-sathien-bodhinanda,
        bia:person-sulak,
        bia:person-suthon,
        bia:person-ta-luang-min ;
    rico:knowsOf bia:person-somdet-maha-samana ;
    rico:name "พุทธทาสภิกขุ (เงื่อม อินทปัญโญ)" .

bia:person-bunchuan a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=987&previewPage=1> ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1012&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1061&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=986&previewPage=1> ;
    rico:history "พระรุ่นสวนโมกข์เก่า อยู่กุฏิหลังสูง; ต่อมาคิดบุกเบิกสร้างวัดแบบสวนโมกข์ที่ดอนทรายแก้ว ชุมพร (หลวงศรีสุพรรณดิษฐ์เป็นเจ้าภาพ พุทธทาสไปช่วยดู) แต่ไม่สำเร็จ 'มันเล็กไป ไม่มีน้ำมีท่า'; ถูกจับตัวทำงานคณะสงฆ์จนเป็นเจ้าคณะจังหวัดชุมพร (ถึงปัจจุบันขณะสัมภาษณ์); มีความสามารถบริหาร มีปฏิภาณ (QA หน้า 210, 219)",
        "เคยเขียนตอบโต้บทความนามปากกา \"นายเหตุผล\" ที่ท่านพุทธทาสเขียนล้อไว้ในพุทธสาสนา · และเคยร่วมเทศน์ ๓ ธรรมาสน์กับท่านปัญญานันทะและท่านพุทธทาสในงานประจำปีปีหนึ่ง (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๒๑๖ และ ๒๖๕)",
        "เคยเดินทางไปกับพระโลกนาถพร้อมท่านปัญญานันทะ แล้วแยกทัพจากพระโลกนาถที่พม่า เดินทางกลับทางระนอง มาจำพรรษาที่สวนโมกข์เก่าด้วยกันหนึ่งปี (พ.ศ. ๒๔๗๙)" ;
    rico:name "ท่านบุญชวน (พระราชรัตนกวี)" .

bia:person-chamnan a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1009&previewPage=1> ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030100-0020-015-0_0000-00?page=3&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030100-0020-015-0_0000-00?page=5&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030100-0020-016-0_0000-00?page=3&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030100-0020-016-0_0000-00?page=5&previewPage=1> ;
    rico:history "'เหนื่อยมาก ช่วยมาก ขวนขวายมาก...เหมือนกับที่เขาเรียกว่าหนุมานอาสา' ช่วยเงิน-พาหนะ-ติดต่อธุระสารพัด (QA หน้า 413-414)",
        "การปฏิบัติ: กรรมฐานตามแบบของแก ผสมโยคะ-ไทเก๊ก อานาปานสติอย่างง่าย; สนใจสุญญตามากที่สุดคนหนึ่ง ท่องติดปาก 'ยู่สี ๆ' (จีน = เช่นนั้นเอง/ตถตา); ผลปฏิบัติเห็นตอนเจ็บป่วย 'หัวเราะเยาะความตายได้มากพอใช้'; ภรรยา (คุณยิ้ม — จำธรรมะได้มาก เข้าใจละเอียด) เสียก่อน ยกศพให้โรงพยาบาล (QA หน้า 422)",
        "คุณชำนาญกับคุณยิ้ม ลือประเสริฐ บริจาครวม ๒๖,๔๐๐ บาทไว้ที่สวนอุศมมูลนิธิ เพื่อจัดพิมพ์หนังสือชุดลอยปทุม ศีลธรรมกลับมา ตอน ๒ และตอน ๓ (พ.ศ. ๒๕๒๔–๒๕๒๕)",
        "ผู้อุปถัมภ์งานพุทธทาสที่กรุงเทพฯ: เคยพาไปเยี่ยมสุชีโวภิกขุถึงกุฏิ; เป็นไวยาวัจกรณ์วัดธาตุทอง ผู้หา 'เจ้ามือ' ซื้อเครื่องพิมพ์ใหม่พร้อมแท่นตัดกระดาษ (~๒ หมื่นกว่าบาท ผู้บริจาคคือคุณแดง แต้สุจิ) แทนเครื่องทิ๊บท๊อบเดิมที่ใช้มา ~๒๐ ปี (QA หน้า 151, 241)" ;
    rico:name "คุณชำนาญ ลือประเสริฐ" .

bia:person-chandchirayu-rajani a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1471&previewPage=1> ;
    rico:history "เพื่อนร่วมวงการโบราณคดีของพุทธทาส — มาเยี่ยมที่สวนโมกข์ทุกปี และรบเร้ายุให้ท่านเขียนงานโบราณคดี (อ่าวบ้านดอน) ต่อ; ท่านรับปากว่า 'ยัง' โดยไม่กล้าบอกว่าเดี๋ยวนี้เห็นโบราณคดีไม่คุ้มค่าเวลาเสียแล้ว (QA หน้า 703)" ;
    rico:name "หม่อมเจ้าจันทร์จิรายุ รัชนี" .

bia:person-dalai-lama a rico:Person ;
    rdfs:label "ดาไลลามะ" ;
    rdfs:comment "ผู้นำทางจิตวิญญาณแห่งทิเบต — พบพุทธทาสภิกขุสองวาระตามทะเบียนคุมภาพชีวประวัติ: พุทธทาสภิกขุเข้าเฝ้าที่วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามพร้อมกรรมการพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย เดือนธันวาคม พ.ศ. 2510 (BIA-SPI.1/18 ภาพ 13-34) และเสด็จเยือนสวนโมกขพลารามสนทนาธรรมกับท่าน 29-30 มกราคม พ.ศ. 2515 มี Tenzin Geyche เลขานุการติดตาม (BIA-SPI.1/13 ภาพ 1-18)" ;
    rico:hasOrHadAgentName bia:aname-dalai-lama-01,
        bia:aname-dalai-lama-02,
        bia:aname-dalai-lama-03,
        bia:aname-dalai-lama-04 ;
    rico:name "ดาไลลามะ" .

bia:person-khru-iam a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=887&previewPage=1> ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=887&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=944&previewPage=1> ;
    rico:history "ทำแบบกุฏิทันสมัยหลังคาปั้นหยาขึ้นเป็นหลังแรกจนมีผู้เอาอย่างเกือบทุกวัด และร่วมมือกับกรมศิลปากรเปิดสาขาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ไชยา (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๙๑)",
        "สมเด็จพุฒาจารย์ พระเถระชาวพุมเรียงที่ไปได้ดีถึงชั้นสมเด็จที่กรุงเทพฯ เป็นญาติของท่าน (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๑๔๘)",
        "อยู่วัดพระบรมธาตุไชยา — คนละรูปกับพระอุปัชฌาย์ (คง) แม้ราชทินนามเดียวกัน; เป็นคนฉลาด ความคิดทันสมัย เคยเรียนกรุงเทพฯหลายปี; ผู้นำการพัฒนา/นวกรรม ทำแบบกุฏิหลังคาปั้นหยาหลังแรกจนมีผู้เอาอย่างเกือบทุกวัด; ร่วมมือกับกรมศิลปากรเปิดสาขาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่วัดพระบรมธาตุฯ; เป็นผู้ดำเนินงานสร้างโรงเรียนนักธรรมและชักชวน (ผ่านน้าหง้วน) ให้พุทธทาสมาสอน (QA หน้า 117, 119, 121)",
        "เคยระแวงสวนโมกข์ (พูดเตือนเจ้าคณะต่าง ๆ ให้ระวัง 'กลัวว่าจะเป็นเรื่องแหกตาประชาชน') แต่เมื่อออกจากหน้าที่แล้วเห็นว่าไม่มีอะไรน่าตำหนิ จึงเรียกพุทธทาสไปพบ อนุโมทนา และให้ผ้าไตรเป็นรางวัล — ตอนนั้นชรามาก ป่วยมะเร็ง ~๒ ปีก็ดับ (QA หน้า 408)",
        "ได้ราชทินนาม พระครูโสภณเจตสิการาม ต่อจากพระครูโสภณเจตสิการาม (คง วิมาโล) วัดโพธาราม ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของท่านพุทธทาส — ราชทินนามเดียวกันแต่คนละรูป (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๙๑)" ;
    rico:name "พระครูโสภณเจตสิการาม (เอี่ยม)" .

bia:person-khru-sak a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=856&previewPage=1> ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0010-020-0_0000-00?page=1&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0010-020-0_0000-00?page=3&previewPage=1> ;
    rico:history "เจ้าอาวาสวัดหัวคู (ศักดิคุณาราม) พระคู่สวดของพุทธทาส; เป็นพระหมอยาที่เสียสละมาก ชาวบ้านมาตามไปรักษาได้ทุกเวลาไม่ว่าดึกดื่นเที่ยงคืน แม้ชาวอิสลามมาตามก็ไป; เป็นที่นับถือของบิดาพุทธทาสและชาวบ้าน; อยู่มาจนพุทธทาสตั้งสวนโมกข์ (QA หน้า 83, 88, 90)",
        "ได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูคณานุกูล เมื่อ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๕ · คณะศิษย์จัดพิมพ์หนังสือ \"การทำทาน\" ถวายเป็นที่ระลึก โดยพระมหาอินทปญฺโญ (เงื่อม) เรียบเรียงในเวลาราวหนึ่งสัปดาห์ตามคำสั่งของพระมหากลั่น จารุทัศน์ หัวหน้าศิษย์" ;
    rico:name "พระครูศักดิ์ ธมฺมรกฺขิโต (พระครูคณานุกูล)" .

bia:person-khunnai-nguan a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=885&previewPage=1> ;
    rico:history "ญาติผู้ใหญ่ของพุทธทาส (นับญาติเป็นอา ท่านเรียกว่าน้า) สะใภ้ของพระยาปฏินันท์ภูมิรักษ์ เจ้าสัวบ้านดอน; ศรัทธาบริจาคเงิน ~๕,๐๐๐ บาทสร้างโรงเรียนนักธรรมวัดพระบรมธาตุไชยา (พ.ศ. ๒๔๗๒ อาคารยังใช้อยู่); ให้รางวัลครูช่วยสอนเป็นเงินซื้อพิมพ์ดีดเรมิงตันกระเป๋าหิ้ว ๑๕๐ บาท (caption หน้า 121 สะกด 'ห้วน') (QA หน้า 117-118, 121)" ;
    rico:name "คุณนายหง้วน เศรษฐภักดี" .

bia:person-kimsoi a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rico:history "น้องสาว แต่งงานไปอยู่บ้านดอน ใช้นามสกุลสามี 'เหมกุล'" ;
    rico:name "กิมซ้อย (เหมกุล)" .

bia:person-kulap a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0150-001-0_0000-00?page=6&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1195&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0200-017-0_0000-00?page=597&previewPage=1> ;
    rico:history "คำนำหนังสือรวมจดหมายฯ จัดเขาเป็นนักสร้างสรรค์วรรณกรรมที่มีคุณค่าทางสังคม นักหนังสือพิมพ์คนสำคัญ และนักต่อสู้เพื่อความยุติธรรมในสังคม ที่ใฝ่ใจศึกษาและปฏิบัติตามหลักพุทธศาสนาอย่างเอาจริงเอาจังด้วย",
        "นักเขียน 'ศรีบูรพา' — โต้ตอบจดหมายกับพุทธทาสตั้งแต่ 2481 (สมัยเป็น บก.ประชาชาติ); เยือนสวนโมกข์ ก.พ. 2495; ยึด 'พุทธประวัติจากพระโอษฐ์' เป็นมหาคัมภีร์ส่วนตัว",
        "มาฟังปาฐกถาชุดพุทธธรรมของพุทธทาสแล้ว 'เอาไปเขียนลงหนังสือพิมพ์ที่แกทำอยู่ เขียนทำนองเชียร์ ๆ ชวนคนไปฟัง' (QA หน้า 349-350)",
        "มาสวนโมกข์กับคุณวิลาศ 'เรื่องหลักแกมาหาความรู้เรื่องปฏิบัติธรรม' — ท่านให้ไปอ่าน 'ตามรอยพระอรหันต์'; 'คุณกุหลาบรู้จักเลือกธรรมะที่มีประโยชน์ไปใช้กับชีวิต...เรียนอย่างชาวบ้าน คือเรียนอย่างอิสระ' อ่านจากภาษาอังกฤษ รับวารสารพุทธต่างประเทศ; เกร็ดพระยาศราภัยฯ ถามพุทธภาษิต 'อำนาจเป็นใหญ่ในโลก' — ท่านอธิบาย 'หมายถึงอำนาจกิเลส ซึ่งเป็นเหตุให้ใช้ปืน' (QA หน้า 426-427)",
        "ศึกษาธรรมะอย่างอิสระแบบชาวบ้าน ไม่ใช่อย่างชาววัด อ่านจากภาษาอังกฤษด้วย และรับวารสารพุทธศาสนาในต่างประเทศเป็นประจำ · เคยปรารภว่าจะพาเจ้าคุณศราภัยพิพัฒน์มาสวนโมกข์ แต่ไม่ได้มา (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๔๐๑)" ;
    rico:name "กุหลาบ สายประดิษฐ์ (ศรีบูรพา)" .

bia:person-lokanatha a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1473&previewPage=1> ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0050-014-0_0000-00?page=783&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0050-014-0_0000-00?page=784&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1487&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=986&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0200-017-0_0000-00?page=296&previewPage=1> ;
    rico:history "ท่านปัญญานันทะกับพระราชญาณกวี (บุญชวน) เคยร่วมเดินทางไปกับคณะของท่าน แล้วแยกทัพที่พม่า กลับมาจำพรรษาที่สวนโมกข์ พ.ศ. ๒๔๗๙ · สามเณรกรุณา กุศลาสัย เป็นบรรพชิตไทยรูปเดียวที่เดินเท้าไปถึงอินเดียพร้อมท่าน",
        "พระธรรมทูตชื่อดังผู้เคยมาชวนพุทธทาสร่วมคณะออกเผยแผ่ต่างประเทศ 'จะไปตีกรุงโรมให้แตก ตีวาติกันให้แตก' — ตอนนั้นทุกคนรวมทั้งสัญญา ธรรมศักดิ์ ยุให้ไปด้วยเพราะหลงคำโฆษณา แต่พุทธทาสปฏิเสธ 'งานมีอยู่ในประเทศไทยให้เราทำ' (QA หน้า 705)",
        "พระภิกษุชาวอิตาเลียน (ปฏิทินชีวิต ๘๐ ปีของท่านพุทธทาส หน้า ๖๙๗)",
        "เคยกล่าวในที่ประชุมวันวิสาขะที่อินเดียเมื่อปีก่อนหน้านั้นว่า ถ้ายังไม่สำเร็จอรหัตตผลเพียงใดจะยังไม่สั่งสอนผู้อื่นเพียงนั้น (ทำไมไม่ไปกับพระโลกนาถ)",
        "เคยถูกกล่าวหาว่าหวงเครื่องกระป๋องไม่แจกจ่าย ซึ่งท่านพุทธทาสยกมาเทียบกับข้อกล่าวหาทำนองเดียวกันที่ตัวท่านเองได้รับ (ห้าสิบปีสวนโมกข์ ภาคสอง หน้า ๒๘๐)",
        "เดินทางมาชักชวนพระภิกษุสยามที่มีศรัทธาให้ออกเดินธุดงค์ไปเผยแผ่พุทธศาสนาที่กรุงโรมและเยรูซาเล็ม และเที่ยวไปรอบโลก (ทำไมไม่ไปกับพระโลกนาถ ประชาธิปไตย ๒๔ พฤศจิกายน ๒๔๗๖)" ;
    rico:name "พระโลกนาถ (Lokanatha)" .

bia:person-lung-klin a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1023&previewPage=1> ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1024&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1039&previewPage=1> ;
    rico:hasFamilyAssociationWith bia:person-ta-jud ;
    rico:hasOrHadTeacher bia:person-buddhadasa ;
    rico:hasOrHadWorkRelationWith bia:person-suthon ;
    rico:history "หัวหน้าการก่อสร้างสโมสรธรรมทาน (คู่กับท่านธนฯ) ญาติ ๆ กับตาจูด อยู่สี่แยกตลาดไชยา; 'คนยืนโรงที่สุด ทำมากที่สุด...ทำงานสายตัวแทบขาด โดยไม่ได้คิดอะไรเลย แกรู้สึกเป็นเจ้าของเสียเอง'; เป็นลูกศิษย์ที่ตามพุทธทาสไปกรุงเทพฯ แทบทุกครั้ง (QA หน้า 255-256)",
        "เป็นผู้สร้างกุฏิหลังแรกของสวนโมกข์ใหม่ (ตัวเป็นกระดาน หลังคาแหลม มุงจาก ใต้ถุนสูง) ไว้ก่อนที่ท่านพุทธทาสจะย้ายมาอยู่ พ.ศ. ๒๔๘๗ · และเป็นผู้ตัดไม้ร่วมกับตาจูดสำหรับงานก่อสร้าง (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๒๒๘ และ ๒๔๓)" ;
    rico:name "ลุงกลิ่น" .

bia:person-lung-thiang a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=863&previewPage=1> ;
    rico:history "ผู้ช่วยตั้งสวนโมกข์; เคยทำวิปัสสนาแบบโบราณมาหลายขั้น พุทธทาสมักถามให้เล่าให้ฟัง (QA หน้า 95)",
        "เป็นหนึ่งใน 'ตัวตั้งตัวตี' คณะก่อตั้งสวนโมกข์/คณะธรรมทาน (ร่วมกับนายดาว ใจสะอาด นายฉัว วรรณกลัด นายเนิน วงศ์วานิช นายกวย); เป็นช่างไม้ ร่วมสร้างเพิงพักแรกหลังพระพุทธรูปที่วัดตระพังจิก เสร็จใน ๒ วัน (QA หน้า 154, 177)" ;
    rico:name "ลุงเที่ยง (นายเที่ยง จันทเวช)" .

bia:person-maha-ki a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=914&previewPage=1> ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=921&previewPage=1> ;
    rico:history "เพื่อนเรียนของพุทธทาสสมัยเรียนบาลีที่กรุงเทพฯ ไปมาหาสู่กันเสมอ; เรียนภาษาเยอรมันด้วยแผ่นเสียงลิงกัวโฟน (ขณะพุทธทาสเรียนลิงกัวโฟนอังกฤษ) (QA หน้า 146)",
        "เรียนบาลีโดยตั้งใจจะออกมาเป็นฆราวาสโดยตรง และเรียนภาษาเยอรมันไว้ด้วย ภายหลังได้เป็นอธิบดีกรมศิลปากร (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๑๒๕)" ;
    rico:name "มหากี (ธนิต อยู่โพธิ์)" .

bia:person-mahasamroeng a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=986&previewPage=1> ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02010000-0050-000-0_0000-00?page=926&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1157&previewPage=1> ;
    rico:hasOrHadTeacher bia:person-khru-klan ;
    rico:history "ชื่อเต็ม พระมหาสำเริง สุทฺธวาสี · ท่านพุทธทาสบันทึกไว้ในคำนำอริยสัจจากพระโอษฐ์ว่าเขา 'ได้ช่วยเหลือในการค้นและคัดลอกมากที่สุด อย่างเหน็ดเหนื่อย ซึ่งต้องขอบันทึกไว้ในที่นี้ ในฐานะผู้ร่วมงาน'",
        "ท่านพุทธทาสแนะให้หัดเทศน์ ใครนิมนต์ก็อย่าปฏิเสธเพื่อให้ชำนาญขึ้น แต่ท่านว่าเขาทำให้ทันสมัยไม่ได้ · ชีวิตสันโดษ ถือมั่นไม่ฉันเนื้อสัตว์จนร่างกายทรุดโทรม (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๓๖๐-๓๖๑)",
        "มาอยู่สวนโมกข์ตั้งแต่ยังเป็นเณร (ธุดงค์มา) 'อยู่ยืนมาตั้งแต่ต้นจนย้ายมาสวนโมกข์ใหม่'; เรียนบาลีกับพระครูชยาภิวัฒน์ (กลั่น) ที่วัดใหม่จนเป็นมหาเปรียญ; ช่วยงานแปลบาลีสมัยทำ 'ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์' ระยะแรก (QA หน้า 218)" ;
    rico:name "มหาสำเริง" .

bia:person-mahavichit a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1106&previewPage=1> ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1309&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1310&previewPage=1> ;
    rico:history "ผู้ช่วยหลักงานชุดจากพระโอษฐ์ยุคหลัง: 'ปฏิจจสมุปบาทจากพระโอษฐ์' (๒๕๒๑) ทำทีเดียวเสร็จทั้งเล่ม และการขยาย 'พุทธประวัติจากพระโอษฐ์' ครั้งสุดท้าย (๒๕๒๓) สำรวจตั้งต้นใหม่หมด — เขาค้นเสนอ ท่านเลือก-ตรวจแก้คำแปล; ต้องไล่พระไตรปิฎกใหม่ทุกเล่มทุกครั้ง แม้วินัย-อภิธรรม (QA หน้า 338-340)",
        "มีพระไตรปิฎกชุดหนึ่งของสวนโมกข์ไว้ใช้ทำงานค้นคว้า · ท่านพุทธทาสว่าถ้าเขากลับมาเป็นลูกมืออีกครั้ง ก็อาจทำหนังสือที่น่าอัศจรรย์ได้อีกหนึ่งถึงสองเล่ม คือ สมาธิภาวนาจากพระโอษฐ์ และพระไตรปิฎกที่คัดเลือกแล้ว (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๓๑๑ · ๔๖๓ · ๔๖๔)" ;
    rico:name "มหาวิจิตร (แจ่มสว่าง)" .

bia:person-manas a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1207&previewPage=1> ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1060&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1066&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1142&previewPage=1> ;
    rico:history "ผู้ช่วยเรื่องภาพรุ่นหลังสุด 'คอยให้ความสะดวกเกี่ยวกับรูปตลอดเวลาจนทุกวันนี้' — เจ้าของภาพถ่ายสวนโมกข์หลายภาพที่ใช้ประกอบเล่มสนธยา (๒๕๒๘-๒๙) (QA หน้า 439)",
        "ผู้ถ่ายภาพโบสถ์แบบสวนโมกข์หลังตกแต่งครั้งสุดท้าย และภาพลานหินโค้งยามปราศจากผู้คน เมื่อ ๑ มกราคม ๒๕๒๙ ซึ่งใช้ประกอบหนังสือเล่าไว้เมื่อวัยสนธยา · ท่านพุทธทาสเคยตั้งชื่อให้ลูก ๆ ของลูกน้องเขาทั้งชุด (หน้า ๒๖๔ · ๒๗๐ · ๓๔๖)" ;
    rico:name "คุณมนัส จิระวงศ์" .

bia:person-mani-sithat a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=898&previewPage=1> ;
    rico:history "เพื่อนพระของพุทธทาสสมัยเรียนบาลีที่กรุงเทพฯ (ภายหลังสึก); เป็น 'พระอุตริ' กลุ่มเดียวกันที่เล่นพิมพ์ดีด กล้องถ่ายรูป แผ่นเสียง วิทยุ — ซื้อเครื่องชำรุดจากเวิ้งนครเขษมมาซ่อมใช้ (QA หน้า 130)" ;
    rico:name "นายมณี สีทัด" .

bia:person-na-se a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1076&previewPage=1> ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1037&previewPage=1> ;
    rico:history "แต่ก่อนไม่รู้หนังสือ แล้วหัดอ่านจนอ่านออกด้วยหนังสือสวดมนต์แปลของสวนโมกข์ ซึ่งใช้เป็นแบบหัดอ่านสำหรับผู้ใหญ่ด้วย (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๒๔๑)",
        "แม่ครัวคนแรกและ 'สมภารวัดทางโรงครัว' ของสวนโมกข์ ~๑๐ กว่าปี (แม่ของเนียม สามีตายจึงมีเวลาว่าง มาช่วยถางป่าก่อนเข้าโรงครัว ปลูกกระต๊อบมุงจากอยู่คนเดียวเป็นจุดเริ่มเขตอุบาสิกา); บั้นปลายไปอยู่กับลูกสาวที่เชียงใหม่ (เจ้าชื่นเกลี้ยกล่อมลูกสาวไปช่วยงานที่นั่น) และเสียชีวิตที่นั่น (QA หน้า 306, 308-309)" ;
    rico:name "น้าเส้" .

bia:person-nai-that a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1202&previewPage=1> ;
    rico:history "ผู้ช่วยสารพัดของสวนโมกข์มาตั้งแต่แรก (คนพุมเรียง รุ่นอ่อนกว่าเล็กน้อย เห็นกันมาแต่เล็ก): เจ้าของเรือถุงเมล์ที่ใช้ในหน่วยเผยแผ่เคลื่อนที่ ๒๔๙๑; แข็งแรงมาก ช่วยย้ายจอมปลวก; ตั้งเนื้อตั้งตัวเองจากเรือเล็กจนมีโรงถ่าน-ร้านค้า สมัยสวนโมกข์เก่าพุทธทาส 'มักไปปรึกษาหารือ ขอความคิดเห็นตลอดเวลา'; เคยซื้อนกยูงมาถวายตัวละ ๓ บาท (QA หน้า 357, 434-435, 445)" ;
    rico:name "นายทัศน์" .

bia:person-narin-klueng a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=917&previewPage=1> ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0030-054-0_0000-00?page=250&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0050-023-0_0000-00?page=205&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=932&previewPage=1> ;
    rico:history "คณะธรรมทานยุคแรกถูกคนบางพวกเข้าใจผิดว่าเป็น 'ศิษย์นายนรินทร์กลึง' นับเป็นความอลเวงอย่างหนึ่งของยุคตั้งต้น (ชุมนุมอภิลักขิตกาลพจน์ ตรีมาสาฯ ๒๔๙๕ หน้า ๒๐๐)",
        "ประโยคที่เขาใช้ด่าพระคือ 'เอามาให้กินแล้วยังไหว้อีกด้วย' โฆษณาเป็นเรื่องครึกโครมอยู่หลายปี ไม่เคยมีใครฟ้องหมิ่นประมาท และด่าไปจนตาย · ท่านพุทธทาสยกคำนี้มาสอนพระบวชใหม่ (คำสอนผู้บวชใหม่ หน้า ๒๔๒-๒๔๓ · ฟ้าสางทางฝ่ายบรรพชิต หน้า ๒๒)",
        "ผู้วิพากษ์พุทธศาสนาคนดังยุค ~๒๔๗๓: ประกาศ 'ปราบพระอลัชชี' พิมพ์หนังสือเล่มใหญ่ลงรูปประจานพระมหาเถระตั้งแต่สมเด็จพระสังฆราชลงมา แสดงบทบาท ๓-๔ ปี ประเด็นหลักคือเรื่องเงินและความเป็นอยู่สบายเกินไปของพระ; พุทธทาสประเมินว่า 'ครึ่งบ้าครึ่งเมา อยากจะดัง...คุยกันไม่ได้'; เคยมาหาพุทธทาสที่วัดปทุมคงคาตามคำแนะนำของธรรมทาส (ท่านตอบ 'ไม่รู้ ฉันทำของฉันอย่างนี้'); ตั้งคณะภิกษุณีให้ลูกสาวบวช; ทำยา 'นกเขาคู่' (เหล้าดอง) จนคณะสงฆ์ประกาศห้ามพระเณรฉัน (QA หน้า 149-150, 153)",
        "มีศิษย์ถึงพุมเรียง — นายเนิน วงศ์วานิช ลูกศิษย์ของเขา เคยเอาข้อหาแบบนายนรินทร์ไปรุกรานพระครูชยาภิวัฒน์ว่าไม่เคร่งครัด จนท่านโกรธ (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๑๓๖)" ;
    rico:name "นายนรินทร์ (กลึง)" .

bia:person-panyananda a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030100-0020-021-0_0000-00?page=5&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0030-001-0_0000-00?page=346&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=925&previewPage=1> ;
    rico:history "พ.ศ. ๒๕๑๖ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตบางเขน อาราธนาท่าน (ขณะเป็นพระราชนันทมุนี) ไปสอนวิชาพุทธศาสน์เป็นครั้งแรกของมหาวิทยาลัย มีผู้เรียนเป็นร้อย ๆ คน จนเปิดสอนวิชานี้ทุกภาคเรียนต่อมา",
        "พ.ศ. ๒๕๒๙ เป็นประธานกรรมการจัดงานธรรมสมโภชฉลองอายุ ๘๐ ปีท่านพุทธทาส และวางหลักการของงานว่า 'ผลงานของท่านพุทธทาส คือ ชีวิตที่แท้จริงของท่าน'",
        "มาร่วมจำพรรษาที่สวนโมกข์ 2479; ขึ้นประจำเชียงใหม่ 2491; จำพรรษาวัดชลประทานรังสฤษฎ์ 2502",
        "สมัยสวนโมกข์เก่าอยู่กุฏิที่ยางสมเด็จ; ออกพรรษาแล้วไปเรียนบาลีที่วัดสามพระยา แล้วไปเปิดกิจกรรมเผยแผ่ที่ปีนัง ก่อนพุทธทาสขอร้องให้ไปช่วยงานเชียงใหม่ (QA หน้า 210, 219)" ;
    rico:name "ปัญญานันทภิกขุ (ท่านปัญญานันทะ)" .

bia:person-phong-milintangkun a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1351&previewPage=1> ;
    rico:history "เพื่อนปรึกษาด้านวิชาการตะวันตกเพียงคนเดียวที่ท่านนึกออก ('มีนิด ๆ หน่อย ๆ') — คนรุ่นเดียวกัน เจอกันที่วัดปทุมคงคา 'เป็นนักศึกษาปรัชญาตามความคิดของตนเอง' ภายหลังเปลี่ยนเป็นนักสมาธิอย่างยิ่ง (QA หน้า 583)" ;
    rico:name "คุณผ่อง มิลินทางกูร" .

bia:person-phra-chun a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=868&previewPage=1> ;
    rico:history "ครูสอนนักธรรมรุ่นแรกที่วัดโพธาราม (ธรรมยุตจากวัดราชาธิวาส บ้านพ่อเค้งอุปถัมภ์) คนกาญจนดิษฐ์ สุราษฎร์ธานี สอนอยู่ปีเดียว; เชื่อว่าเป็นผู้คิดตั้งฉายา 'อินฺทปญฺโญ' ให้พุทธทาส เพราะพระอุปัชฌาย์ไม่มีความรู้บาลี ขอร้องให้ช่วยคิด (QA หน้า 100)" ;
    rico:name "พระจุล จนฺทาโภ" .

bia:person-phra-samu-chaem a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=878&previewPage=1> ;
    rico:hasOrHadTeacher bia:person-upajjhaya-khong ;
    rico:history "ลูกศิษย์ก้นกุฏิของพระครูโสภณเจตสิการาม (คง) อุปัชฌาย์; พูดจาโผงผาง มีความรู้บาลีบ้าง 'เป็นเพื่อนหัวเราะเสียมากกว่า'; สนับสนุนเต็มที่ให้พุทธทาสไม่สึก อยู่สืบพระศาสนา เพราะเห็นว่าเรียนเก่งเทศน์เก่ง (QA หน้า 107, 110)" ;
    rico:name "พระสมุห์แช่ม" .

bia:person-piw a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1198&previewPage=1> ;
    rico:history "ทนายความ ญาติพุทธทาส อายุรุ่นเดียวกัน — ที่ปรึกษากฎหมายประจำ ('เมื่อมีเรื่องที่จะต้องทำตามระเบียบกฎหมายก็ได้คุณปิ๋วช่วย'); ผู้รับหนังสือคอมมิวนิสต์ทั้งมัดตอนยุคกวดขัน; ช่วยยกร่างแปลคำปราศรัยฉัฏฐสังคายนา; พี่ชายเป็นนายอำเภอกาญจนดิษฐ์ผู้จัดเรือให้คราวหน่วยเผยแผ่เคลื่อนที่ (QA หน้า 366, 406, 430)" ;
    rico:name "คุณปิ๋ว (เปรมะดิษฐะ)" .

bia:person-pranee a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1186&previewPage=1> ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1186&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1187&previewPage=1> ;
    rico:history "อุปถัมภกหญิงคนสำคัญจากเชียงใหม่ (คนมั่งมี เป็นที่รู้จักทั่วไป รู้จักสวนโมกข์ผ่านเจ้าชื่น): เวลาพุทธทาสไปเชียงใหม่ 'แกเป็นเจ้าภาพทุกอย่าง...มาวัดวันละ ๓ เวลา' เป็นคนรู้ใจเพราะคอยสังเกต; สนิทกับเจ้าคุณลัดพลีฯ ด้วย; ศึกษาธรรมะเพื่อใช้แก้ปัญหาชีวิต-การงาน ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในสังคมพุทธบริษัทเชียงใหม่; ตายเร็วเพราะ 'งานหนักแบบงานการ ทำแทนสามีทุกอย่าง' (QA หน้า 418-419)",
        "เวลาท่านพุทธทาสไปเชียงใหม่ บางคราวนัดไปพร้อมพระยาลัดพลีธรรมประคัลภ์ แล้วไปพักที่สวนชา แก่งปันเต๊า อำเภอเชียงดาว เพื่อให้ต่างจากการพักในเมือง (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๓๙๓)" ;
    rico:knows bia:person-chao-chuen,
        bia:person-ladphli ;
    rico:name "คุณปรานี (พุ่มชูศรี)" .

bia:person-prasert-sub a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1136&previewPage=1> ;
    rico:history "จุดเริ่มรู้จัก: เป็นเด็กวัดราชาธิวาส เคยช่วยเขียน-แปลเรื่องฝรั่งลง พุทธสาสนา 'ตอนนั้นไม่มีวี่แววการเมือง' (QA หน้า 586)",
        "ผู้เอาหนังสือคอมมิวนิสต์มาให้พุทธทาสหลายเล่ม และอธิบายทฤษฎี 'วัตถุนำจิต' ด้วยวิภาษวิธีให้ฟัง ('ไม่ได้ชวนดำเนินงานปฏิบัติการอย่างคอมมูนิสต์') สมัยเพิ่งจบอักษรศาสตร์บัณฑิตรุ่นแรก ๆ; ภายหลังเลิกกับคอมมิวนิสต์ ติดต่อกันอย่างเพื่อน — เคยท้วงคำ 'วัตถุนิยม' ของท่าน (QA หน้า 365, 368)" ;
    rico:name "นายประเสริฐ ทรัพย์สุนทร" .

bia:person-prayoon a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1329&previewPage=1> ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1209&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1330&previewPage=1> ;
    rico:history "ชอบนำปลาสวยงามราคาแพงจากกรุงเทพฯ มาให้ท่านพุทธทาสเลี้ยง เช่นปลาดิสกัสคู่ละ ๔,๐๐๐ บาท เพราะญาติของเขาเลี้ยงปลาขาย · หน้านี้เรียกชื่อลอย ๆ ว่าคุณประยูรเช่นเดียวกับตอนเล่าเรื่องอินเดีย (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๔๑๕)",
        "ระหว่างเดินทางอินเดีย พ.ศ. ๒๔๙๘ เขาทำละหมาดในทุกแห่งที่คณะไปนมัสการ บางเวลาปลีกตัวไปมัสยิดเท่าที่พอหาได้ระหว่างทาง และถ่ายรูปไว้มาก (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๕๔๐)",
        "สนใจศาสนาเชนและมหาตมะ คานธี · ท่านพุทธทาสกล่าวว่านอกจากเขาแล้วท่านไม่รู้จักเพื่อนชาวอิสลามคนอื่นอีกเลย และในช่วงที่ให้สัมภาษณ์ เขาป่วยเป็นโรคเบาหวาน (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๕๔๐)",
        "เพื่อนต่างศาสนาคนเดียวที่ท่านระบุ — ร่วมคณะเดินทางอินเดีย ๒๔๙๘: เมื่อท่านเผลอพูดว่า 'พวกเราชาวพุทธมาท่องเที่ยวอินเดีย' คุณประยูรสวนทันที 'ผมคนหนึ่งเป็นอิสลาม' — ตลอดทางปลีกตัวไปทำละหมาดตามมัสยิดที่หาได้ สนใจพระเชนและมหาตมะคานธี; น่าจะเป็นคนเดียวกับคุณประยูรผู้เอาปลาดิสกัสจากกรุงเทพฯ มาถวาย (QA หน้า 441, 561-562)" ;
    rico:name "คุณประยูร (เพื่อนมุสลิม)" .

bia:person-pun-chongprasert a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1111&previewPage=1> ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0030-032-0_0000-00?page=199&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1123&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0200-017-0_0000-00?page=104&previewPage=1> ;
    rico:history "นักพิมพ์อิสระสายจับพระอลัชชี — มักตัดตอน/คัดย่อหนังสือพุทธทาสไปพิมพ์เอง (ตำราดูพระ ← ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์; คู่มือมนุษย์ฉบับย่อทำก่อนฉบับปรับปรุง) บางทีใส่ความคิดตัวเอง (เรื่องตายแล้วเกิด-ไม่เกิด) ทำให้พุทธทาส 'มีคนเขียนมาด่าว่าสอนเป็นนัตถิกทิฏฐิ...ความจริงมันคุณปุ่นทั้งนั้น'; เป็นผู้ริเริ่มหล่อรูปเหมือนบรอนซ์ (QA หน้า 289, 343-344)",
        "ผู้แต่งหนังสือชุด ล้างสมอง ๖ เล่ม (เทวดาในทัศนะของชาวพุทธ · ที่พึ่งของคน · ปฏิรูปคำสอนพุทธศาสนา · ธรรมะนอกวัด · ความเกิดความตายไม่มีฯ · ตายแล้วมีวิญญาณหรือไม่) และ พุทธธรรมกำมือเดียว · ธารชีวิต ร่วมกับทวี วรคุณ (บัญชีหนังสือท้ายเล่มหลายเล่ม)",
        "ย่อปาฐกถาที่ท่านพุทธทาสแสดงแก่ข้าราชการ ณ อาคารพิจารณาคดีสวรรคต กระทรวงยุติธรรม ไปพิมพ์ในชื่อ 'ธรรมะปราบผีในตัวข้าราชการ' ซึ่งไม่ใช่ชื่อเดิม (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๓๒๗)" ;
    rico:name "คุณปุ่น จงประเสริฐ" .

bia:person-rabin a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1206&previewPage=1> ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0110-017-0_0000-00?page=7&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0130-002-0_0000-00?page=274&previewPage=1> ;
    rico:hasOrHadAgentName bia:aname-rabin-01 ;
    rico:hasOrHadWorkRelationWith bia:person-phun-ketchamrat ;
    rico:history "ถ่ายภาพประกอบหนังสือ ภาพพุทธประวัติจากหินสลัก ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๑๔ ซึ่งชัดเจนและมีคำอธิบายภาพละเอียดกว่าฉบับแรก จนถูกเลือกมาใช้แทนภาพเดิมในการพิมพ์ครั้งหลัง (คำชี้แจงและขอบคุณ ภาพพุทธประวัติจากหินสลัก)",
        "ปรมาจารย์ถ่ายภาพผู้ช่วยงานภาพของสวนโมกข์ (รู้จักกันฐานะนักศึกษาธรรมะ ไม่ใช่เพื่อนเล่นกล้อง — มาเมื่อท่านเลิกเล่นกล้องแล้ว): ถ่ายชุดภาพพุทธประวัติหินสลักจำลอง, หนัง 'วันหนึ่งในสวนโมกข์' (ร่วมกับคุณสุขุม), ช่วยถ่ายสมุดข่อยปริศนาธรรมที่พิพิธภัณฑ์, ประสานคุณพูล เกศจำรัส (เทคนิคทุ่งมหาเมฆ) อัดรูปชุดอินเดีย, ทำกรอบอย่างประณีต, สอนพระบุญชูจนทำได้ครบวงจร; เคยพาสด กูรมะโรหิตมา และชวนไปเที่ยวเกาะกับสุลักษณ์ (QA หน้า 438-439)",
        "ย่อคำบรรยายภาพปริศนาธรรมไทยชุดกายนคร ที่ท่านพุทธทาสบรรยายไว้เมื่อ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๐๘ ให้เหลือภาพละหนึ่งหน้า สำหรับฉบับที่สุลักษณ์ ศิวรักษ์ จัดพิมพ์เป็นสมุดภาพสี่สี พร้อมฉบับภาษาเยอรมันและภาษาอังกฤษ (คำนำผู้จัดพิมพ์ ปริศนาธรรมไทยชุดกายนคร)" ;
    rico:knows bia:person-sulak ;
    rico:name "คุณระบิล บุนนาค" .

bia:person-ranjuan a rico:Person ;
    rdfs:label "อุบาสิการัญจวน อินทรกำแหง" ;
    rdfs:comment "ทะเบียนคุมภาพชีวประวัติ BIA-SPI.1/47 (ภาพ 271-275 นำคณะชมวีดีโองานธรรมสมโภชกับพุทธทาสภิกขุ หน้ากุฏิ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2529)" ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02010000-0370-000-0_0000-00?page=653&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02010000-0370-000-0_0000-00?page=655&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0080-028-0_0000-00?page=262&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0080-028-0_0000-00?page=51&previewPage=1> ;
    rico:hasOrHadAgentName bia:aname-ranjuan-01 ;
    rico:history "อุบาสิกา · ที่ปรึกษากลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และที่ปรึกษาการจัดทำธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม (ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ ภาคผนวก หน้า ๖๒๒ และ ๖๒๔)",
        "เขียนบทความ 'ประชาธิปไตยแบบธัมมิกสังคมนิยม' ลงปาจารยสาร ปีที่ ๑๒ ฉบับที่ ๖ พฤศจิกายน–ธันวาคม ๒๕๒๘ · และเป็นที่ปรึกษาหนังสือ 'ภาพชีวิต ๘๐ ปีของท่านพุทธทาสภิกขุ มิติใหม่ของพุทธศาสนา' (ธัมมิกสังคมนิยม ฉบับแปล หน้า (๑๑) และท้ายเล่ม)" ;
    rico:name "อุบาสิการัญจวน อินทรกำแหง" .

bia:person-samphan-nak a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=870&previewPage=1> ;
    rico:history "สมภารวัดใหม่ (พุมเรียง) สมัยพุทธทาสบวช พรรษาไม่มาก ปกครองแบบเพื่อน; เป็นเด็กวัดมาด้วยกัน (อายุแก่กว่า ๕-๖ ปี); เอื้อเฟื้อเกรงใจ ให้เกียรติ หนุนให้พุทธทาสเทศน์ทุกวันแทนสมภาร ไม่ค่อยต้องลงทำวัตร (QA หน้า 98, 102, 105)" ;
    rico:name "สมภารนาค ธมฺมนนฺโท" .

bia:person-sanya a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1188&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0200-017-0_0000-00?page=405&previewPage=1> ;
    rico:history "ตอนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มาเยี่ยมพุทธทาสที่นอนป่วยศิริราช ถามว่าควรถือหลักธรรมอะไร — ท่านตอบ 'กำปั้นทุบดิน ธรรมะของโพธิสัตว์: สุทธิ ปัญญา เมตตา ขันติ...เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเท่าไร ความอดกลั้นอดทนต้องมีมากขึ้นเท่านั้น' (คุณสัญญากับหมออุดมจดไว้); ธรรมะของสัญญา: 'ไม่มีเรื่องภาวนา มีแต่เรื่องพุทธิปัญญา...ยอมเสียเวลาของตัวเองไปทำเพื่อสังคม' (QA หน้า 420-421)",
        "ท่านพุทธทาสจัดเขาเป็นคนแรกในบรรดาคนกรุงเทพฯ ที่หนังสือพิมพ์พุทธสาสนามีผลถึง (ห้าสิบปีสวนโมกข์ ภาคสอง หน้า ๙๕)",
        "ท่านพุทธทาสว่าเขาไม่ใช่คนร่ำรวย จึงพยายามปกปิดไม่ให้รู้ว่าต้องการอะไร มิฉะนั้นเขาจะเที่ยวหาซื้อของให้ (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๓๙๔)",
        "ผู้นิมนต์พุทธทาสแสดงปาฐกถาชุดพุทธธรรมครั้งแรกที่กรุงเทพฯ (2483); ขณะนั้นเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม; ช่วยแปลคำปราศรัยภาษาอังกฤษไปพม่า",
        "ผู้ริเริ่มให้ผู้พิพากษาต้องอบรมพุทธศาสนา (๒๔๙๙) และนิมนต์พุทธทาสเป็นผู้อบรม (QA หน้า 359)" ;
    rico:name "สัญญา ธรรมศักดิ์" .

bia:person-sasanasophon a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rico:history "ผู้อุปถัมภ์เส้นทางสมณศักดิ์ของพุทธทาส 'สนับสนุนสุดเหวี่ยง — ที่ได้เป็นพระครู เป็นเจ้าคุณ เป็นอุปัชฌาย์ก็องค์นี้แหละ'; สมัยเป็นเจ้าคณะภาค (ตอนนั้นเป็นพระธรรมโกศาจารย์) ตั้งพุทธทาสเป็นองค์การเผยแผ่ภาค ๕ (๒๔๙๒) และขวนขวายให้เป็นเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุฯ; 'ท่านไม่ถือนิกาย' แม้เป็นธรรมยุต (QA หน้า 400, 405)",
        "เจ้าคณะภาค ผู้สนับสนุนสมณศักดิ์ของพุทธทาสและตั้งให้เป็นอุปัชฌาย์",
        "เป็นผู้พาพุทธทาสไปเฝ้าสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์เพื่อเปลื้องข้อหาคอมมิวนิสต์ (QA หน้า 329)" ;
    rico:name "พระศาสนโสภณ (ปลอด) วัดราชาธิวาส" .

bia:person-sathien-bodhinanda a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1298&previewPage=1> ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1491&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0190-030-0_0000-00?page=122&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0190-030-0_0000-00?page=71&previewPage=1> ;
    rico:history "นักปราชญ์มหายานรุ่นหลัง — รู้จักกันผ่าน พุทธสาสนา เวลาท่านไปกรุงเทพฯ จะคุยกันที่วัดกันมาตุยาราม (ยุคสุชีพยังบวช) 'คุยเรื่องวินิจฉัยธรรมะข้อนั้นข้อนี้'; ท่านประเมิน 'เขาความรู้ดี ความจำดีแน่' แต่เห็นต่างเรื่องจิตว่าง-จิตประภัสสร-จิตเดิมแท้ 'เขาเขียนค้านอย่างค่อนข้างรุนแรงในหนังสือบางเล่ม'; นับถือหมอตันม่อเซี้ยงมาก แม้ทฤษฎีบางอย่างขัดแย้งกัน; อ่านคำแปลเว่ยหล่าง-ฮวงโปแล้วไม่ปรากฏว่าค้าน (QA หน้า 527-528, 530)",
        "ผู้แปลวิมลเกียรตินิเทศสูตรเป็นภาษาไทย — เชิงอรรถในสูตรของเว่ยหล่างฉบับสวนโมกข์ระบุว่าเขาเห็นว่าคัมภีร์เล่มนี้สำคัญที่สุดจึงแปลไว้ และแนะให้หาได้ที่โรงพิมพ์มหามกุฏฯ เล่มละ ๓๐ บาท" ;
    rico:name "เสถียร โพธินันทะ" .

bia:person-somdet-maha-samana a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=909&previewPage=1> ;
    rico:hasOrHadAgentName bia:aname-somdet-maha-samana-01,
        bia:aname-somdet-maha-samana-02,
        bia:aname-somdet-maha-samana-03 ;
    rico:history "ผู้นิพนธ์หนังสือนักธรรมชั้นตรี-โท-เอก และผู้ปรับปรุงแบบเรียนบาลีไวยากรณ์ให้เรียนง่ายขึ้น (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า 53, 484)",
        "ผู้ริเริ่มวารสาร 'ธรรมจักษุ' และเกณฑ์พระเถระผู้ใหญ่แปลพระสูตรลงคนละสูตรสองสูตรอย่างอิสระ (หน้า 111; QA หน้า 81, 139-141)" ;
    rico:name "สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส" .

bia:person-ta-luang-min a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=957&previewPage=1> ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1409&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=962&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=965&previewPage=1> ;
    rico:history "ตาหลวงแก่ ๆ เพื่อนเที่ยวป่าของพุทธทาสยุคแรกสวนโมกข์ 'เป็นคนที่ช่วยเหลือในด้านท่องเที่ยวของเรา พาผมไปเที่ยวทุกหนทุกแห่งในป่าแถวนั้น'; เป็นผู้ไปหาเรือสำปั้นมาให้ (ท่านลาย พระวัดโพธาราม ลูกศิษย์ของแก เป็นคนทำเรือ) ใช้พายรอบสระตระพังจิกตอนเย็น (QA หน้า 189, 193)",
        "ต่อมาอีกหลายปีถูกจับสึกเพราะดื่มน้ำตาลเมา ซึ่งคนทำน้ำตาลเมาข้างวัดที่เป็นพรรคพวกเก่าครั้งเป็นฆราวาสเอามาถวายใส่กาน้ำชา · ผู้คนถือกันว่าแกเป็นคนพ้นอาบัติ ซึ่งท่านพุทธทาสอธิบายว่าเป็นปาปมุตตะโดยสมมติสำหรับพระผู้เฒ่า ไม่ใช่อย่างพระอรหันต์ (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๑๖๙, ๖๑๙)",
        "ท่านลาย (พระวัดโพธาราม ลูกศิษย์ของแก) เป็นช่างทำเรือทั้งที่เป็นพระ — ทำเรือสำปั้นให้สวนโมกข์และเรือของเจ้าคุณชยาภิวัฒน์ (หนู); ตาหลวงมินเองร้องเสียงสัตว์ได้ทุกอย่างเหมือนจริง (เคยประกวดร้องเสียงสัตว์สมัย ร.๕ แพ้ฝรั่งที่ทำเสียงจานตกแตกได้); ช่วยขุดดินตัดไม้ทุกอย่าง 'แกว่ามันตรงกันทุกต้นตลอดโค้ง' (QA หน้า 193-194)",
        "เป็นพระผู้เฒ่าที่ไม่ได้ทำอะไรเป็นกิจจะลักษณะ อยู่วัดเหนือแล้วมาอยู่วัดนอก (อุบล) เข้ามาขอรับใช้ช่วยเหลือท่านพุทธทาสเอง และช่วยอยู่ราว ๓-๔ ปี จึงค่อย ๆ ห่างไปเมื่อไม่มีอะไรจะทำด้วยกัน (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๑๖๖, ๑๖๙)" ;
    rico:name "ตาหลวงมิน" .

bia:person-tongsueb a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1096&previewPage=1> ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1259&previewPage=1> ;
    rico:history "หัวหน้ากองตำรามหามกุฎราชวิทยาลัย ผู้เสนอ 'พุทธประวัติจากพระโอษฐ์' เป็นแบบเรียนและชวนพุทธทาสแต่งพุทธประวัติฉบับใหม่; รู้จักกันผ่านหนังสือพิมพ์พุทธสาสนา 'ติดต่อกันอย่างเป็นนักศึกษาด้วยกัน' (พุทธทาสเคยซื้อหนังสือ Communism ชุด Home Library ให้ 'อยากรู้ว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร'); เป็นผู้เล่าเรื่องสวนโมกข์ถวายสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์จนเกิดคำทัก 'เช่าวัดให้พระอยู่' (QA หน้า 328-329)",
        "เป็นผู้นำคำปรารภของท่านพุทธทาสที่ว่าสวนโมกข์ควรมีพระไตรปิฎก ขึ้นทูลสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมพระวชิรญาณวงศ์ องค์สภานายกมหามกุฏราชวิทยาลัย จนมีรับสั่งให้ประทานพระไตรปิฎกครบชุดแก่สวนโมกข์ (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๔๖๓)" ;
    rico:name "มหาทองสืบ (ศุภมาร์ค)" .

bia:person-wirot a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1111&previewPage=1> ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02010000-0240-000-0_0000-00?page=856&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030100-0010-005-0_0000-00?page=142&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0030-022-0_0000-00?page=21&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0120-031-0_0000-00?page=4&previewPage=1> ;
    rico:hasOrHadAgentName bia:aname-wirot-01 ;
    rico:history "ท่านพุทธทาสเคยตำหนิว่า 'ที่คุณวิโรจน์ทำไปนั้นก็ไม่ถูก ควรต้องปรับคุณวิโรจน์ ที่เอาเรื่องที่เราพูดไปส่งวิทยุ' เพราะคำบรรยายพูดเพื่อคนบางกลุ่มบางคราว เอาไปออกวิทยุแล้วไม่ได้ผล (ธรรมปาฏิโมกข์ เล่ม ๑ หน้า ๒๖๘)",
        "ผู้รับช่วงพิมพ์หนังสือต่อจากคุณสะอาด — อ่าน 'คู่มือมนุษย์' แล้ว 'เปลี่ยนชีวิตได้ ก็เกิดความคิดว่าถ้าเผยแผ่ธรรมะคงได้บุญแน่' เดิมเป็นทนายความ; ช่วยรวบรวมเงินสร้างโรงหนังที่กรุงเทพฯ; พิมพ์ 'อภิธรรมคืออะไร' และ 'ธรรมะน้ำชำระธรรมะโคลน'; ร่วมเตรียมงานครบ ๘๐ ปี (QA หน้า 278, 310, 343, 352)",
        "หนังสือทุกเล่มพิมพ์ชื่อเขาว่า 'วิโรจน์ ศิริอัฐ' ซึ่งสะกดต่างจากชื่อในทะเบียนของคลัง · ที่อยู่ประจำคือ ธรรมบูชา ๕/๑-๒ ถนนอัษฎางค์ พระนคร ตรงข้ามกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นที่เดียวกับสำนักงานเสงี่ยมวุทธิวัย ทนายความ",
        "เป็นผู้ดำเนินการคณะเผยแพร่วิธีการดำเนินชีวิตอันประเสริฐ (ผ.ช.ป.) ผู้จัดทำเอกสารชุดมองด้านใน ร่วมกับวิเชียร อินทรคูสิน และบุญธรรม สุนทรวาที · เป็นผู้รวบรวมหนังสือ คนเราเกิดมาทำไม? ด้วย" ;
    rico:name "คุณวิโรจน์ ศิริอัษฏ์ (สำนักพิมพ์ธรรมบูชา)" .

bia:place-pumriang a rico:Place ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rico:history "สมัยเด็กของพุทธทาส: มี 4-5 วัดติดกัน แต่ละวัดมีพระ 20-30 รูป (บวช 3-4 พรรษาจึงสึก); วัฒนธรรมช่วยเหลือกันสูง — คนจรเจ็บไข้มีคนช่วยเพราะถือว่าได้บุญ (QA หน้า 72)" ;
    rico:isOrWasContainedBy bia:place-chaiya ;
    rico:name "พุมเรียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี" .

bia:place-suanmokkh a rico:Place ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rico:history "ที่มาของชื่อ: ตั้งเมื่อเข้าอยู่วัดร้างตระพังจิก (๒๔๗๕) จากต้นโมกกับต้นพลาที่มีในวัด ผูกเป็น 'โมกขพลาราม' = สถานที่อันเป็นพลังแห่งความหลุดพ้น — พุทธทาสคิดคนเดียว ทีเดียวได้ชื่อเดียว (QA หน้า 182-183)",
        "ภูมิหลังพื้นที่: เดิมเรียก 'ด่านน้ำไหล' — ช่องแคบโบราณสำหรับดักจับผู้ร้าย (ด้านหนึ่งเขานางเอ ด้านหนึ่งพรุลึก การเดินทางบกเหนือ-ใต้ต้องผ่าน); กล้วยไม้แวนด้า ฮุกเกอเรียนา 'ต้นไม้ประจำเมืองไชยา' เกิดแถบนี้มากที่สุด; ชื่อ: ชาวบ้านเรียกวัดเขาพุทธทอง จดทะเบียนเป็น 'วัดธารน้ำไหล' (แรกตั้งใจแยกสวนโมกข์เป็นองค์กรอิสระจากวัด ภายหลังยกให้เป็นวัดหมด); สัตว์ป่ายุคแรก: กวางตัวเกือบเท่าม้า เสือดาวดำอยู่ร่วมหลายปี (กินหมาไป ๒๓ ตัว ไม่เคยทำร้ายคน สุดท้ายถูกดักขาย ๘๐๐ บาท) หมูป่าฝูง ~๓๐ ตัวตรงที่ตั้งโรงหนัง; ยอดเขาพุทธทองใช้เป็นโบสถ์กลางแจ้ง (วิสุงคามสีมา) — ที่ตรงนั้นเป็นฐานพระเจดีย์เก่าสมัยศรีวิชัย มีอิฐศรีวิชัยเกลื่อน; หินโค้ง/โรงเรียนหินขุดหินจากช่องแหว่งเขาพุทธทอง (โครงการ 'ถ้ำจำลอง' เจาะทะลุภูเขาที่ค้างไว้) — โรงเรียนหินใช้อบรมธรรมะ นักศึกษา/ผู้พิพากษา/ซิสเตอร์ คำบรรยายชุด 'บรมธรรม' บรรยายที่นั่น (QA หน้า 263-265, 270, 297-298)",
        "สัญลักษณ์เสา ๕ เสาบนอาคารหลายหลัง ได้แรงบันดาลใจจากวิหารอมราวดี (อินเดีย) — ตีความได้หลายชุด (นิวรณ์ ๕ / พละ ๕ อินทรีย์ ๕ / มรรคผล ๔+นิพพาน ๑) 'เรานึก ๆ อยู่ในใจของเราว่า อินทรีย์ ๕ พละ ๕ จะตรงที่สุด'; หอไตรบนเขาพุทธทองตั้งใจเก็บพระไตรปิฎกอย่างสมบูรณ์แต่ไม่สำเร็จ ใช้เป็นที่พักเวลามีงาน; ส้วมยุคแรกทรงแปลกจนคนเข้าใจว่าเป็นป้อมตำรวจ เคยแขวนป้ายล้อว่า 'กุฏิวิปัสสนาชั้นหนึ่ง'; กุฏิอาจารย์ชาที่หัวเรือ (QA หน้า 299, 302, 305)" ;
    rico:isOrWasContainedBy bia:place-chaiya ;
    rico:name "สวนโมกขพลาราม (สวนโมกข์)" .

bia:person-achan-men a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=862&previewPage=1> ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=859&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=862&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=864&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=955&previewPage=1> ;
    rico:history "คราวมีนักเลงหลอกให้คณะหนังตะลุงเล่นเป็นเรื่องว่าท่านกับพระปลัดทุ่มทะเลาะชกต่อยกันเรื่องเงินในงานสวดศพ จนเป็นเรื่องใหญ่ทั้งเมือง ท่านว่าเพียง 'ช่างหัวแม่มัน' ส่วนพระปลัดทุ่มโกรธ (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๖๘)",
        "ทำแพปลูกผักชีไว้ในสระของท่าน ใครนำอาหารไปส่งท่านจะให้ดึงแพมาเก็บผักชีกลับไปกำมือใหญ่ ๆ (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๖๓)",
        "พระกรรมฐานแบบโบราณรุ่นสุดท้ายของพุมเรียง (คู่กับพระปลัดทุ่ม) อยู่วัดล่าง (สมุหนิมิต); เคยเป็นคู่สวดของบิดาพุทธทาส คุ้นเคยกับบ้านมาก; ชาวบ้านเคารพมากเป็นพิเศษ ถือเป็น 'พระศักดิ์สิทธิ์' ไม่มีใครกล้าทำให้โกรธเพราะกลัวคำแช่ง; ฉันข้าวในกะลา ไม่เห่อลาภยศ; วาจาคมเฉียบขาด เช่น 'ฉันไม่ว่าคุณโกหก แต่ฉันไม่เชื่อ'; เมื่อรักษาการเจ้าอาวาสชั่วคราววัดเรียบร้อยที่สุด; วิธีกรรมฐานแบบ 'บอน' กำหนดนิมิต/เพ่งเทียนปากบาตร (QA หน้า 91-96)",
        "ห่มจีวรสีดำอย่างพระพุมเรียงรุ่นเก่า ซึ่งย้อมด้วยแก่นขนุน (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๑๕๙)",
        "เคยมีผู้ไปชักชวนให้บวชแปลงเป็นธรรมยุต ท่านปฏิเสธด้วยคำเปรียบอย่างชาวบ้านปักษ์ใต้ (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๖๓)",
        "เป็นที่เคารพนับถือของอาจารย์หนุน (อาหลวง) พระอาจารย์ของท่านพุทธทาสที่วัดใหม่ (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๖๖)" ;
    rico:name "อาจารย์เหม็น" .

bia:person-chao-chuen a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1041&previewPage=1> ;
    rico:history "ความเข้าใจธรรมะ 'แบบสรุปความ' จำคำบางคำไปยึดเป็นคติ 'แต่ยังมีโรคชอบสร้างวัตถุครอบงำอยู่มาก กำลังขอร้องให้บรรเทา' (QA หน้า 423)",
        "ชื่อจริง นายชื่น สิโรรส คหบดีชาวเชียงใหม่ อายุ ๘๔ ปีเมื่อ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๒๒ (จึงเกิดราว พ.ศ. ๒๔๓๘) เคยทำโรงบ่มใบยาสูบ หลานชายคือ ฉัตรทิพย์ นาถสุภา คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ห้าสิบปีสวนโมกข์ ภาคสอง หน้า ๑)",
        "ผู้นำความคิดแบบสวนโมกข์ไปก่อตั้งพุทธสถานที่วัดอุโมงค์ จังหวัดเชียงใหม่ — ท่านพุทธทาสว่า 'วัดอุโมงค์ ของเจ้าชื่นนี้ มีเพราะมีสวนโมกข์ อุตส่าห์ตามมาดู มาศึกษา มาเข้าใจ ไปทำเป็นแบบเดียวกับสวนโมกข์' (ห้าสิบปีสวนโมกข์ ภาคสอง หน้า ๒๒๐)",
        "ผู้อุปถัมภ์รายใหญ่: ออกเงินสร้างศาลาโรงธรรมสวนโมกข์ ๘,๐๐๐ บาท; เป็นผู้ขอหล่อรูปเหมือนพุทธทาสเป็นบรอนซ์เพิ่ม (ได้ ๒ ตัว ไว้เชียงใหม่ ๑ สวนโมกข์ ๑); มหาเฉวียงเคยถูกแนะให้ไปช่วยงานเจ้าชื่นที่เชียงใหม่ (QA หน้า 220, 273, 289)",
        "หัวหน้าคณะพุทธนิคม เชียงใหม่ — พ.ศ. ๒๕๐๒ ลงมาอยู่สวนโมกข์พร้อมบุตรในช่วงเข้าพรรษา (ปฏิทินชีวิต ๘๐ ปี ในเล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๗๐๔)",
        "เป็นผู้ถ่ายภาพเก็บไว้มากที่สุดในหมู่คนใกล้ชิด (ทั้งอินเดีย ไทย พม่า) (QA หน้า 439)" ;
    rico:name "เจ้าชื่น (เชียงใหม่)" .

bia:person-father-sieng a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=809&previewPage=1> ;
    rico:hasAncestor bia:person-grandfather-kong ;
    rico:hasOrHadTeacher bia:person-achan-men,
        bia:person-plat-thum ;
    rico:history "บิดา — อาชีพหลักค้าขาย อาชีพสมัครเล่นช่างไม้ต่อเรือ; มีวิญญาณกวี แต่งโคลงถูกแบบฉบับ (เขียนไว้ที่ศาลาป่าช้า/ส้วมวัดที่สร้างถวาย, โคลงหยูกยา) — ถ่ายทอดหัวช่างและความรักกวีให้พุทธทาส; พูดจีนได้เล็กน้อย เรียนหนังสือสมัยเป็นเด็กวัด ไม่ได้เข้าโรงเรียน; ทำยาแผนโบราณ (รับถ่ายทอดจากปู่ พี่ชายของย่า ซึ่งเป็นสมภารวัดใหม่พุมเรียงจนมรณภาพ); ไม่สนใจไสยศาสตร์ ไม่ไปวัด (QA หน้า 41-47)",
        "เคยบวชราวพรรษาเดียว; ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เล่นการพนัน (เล่นหมากรุกบ้าง); ไม่ค่อยพูด แต่เป็นฝ่ายออกปากชมเชยลูกเมื่อทำดี; ไม่ใช่คนเครียด แต่คิดขยับขยายงานให้ก้าวหน้าเรื่อย; ช่วงท้ายอยู่กับท่านพุทธทาส (เงื่อม) สองพ่อลูกที่ตลาดไชยา (มารดา+น้องอยู่พุมเรียง) (QA หน้า 48-63)" ;
    rico:name "เซี้ยง พานิช" .

bia:person-khru-klan a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=890&previewPage=1> ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0010-020-0_0000-00?page=3&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0010-020-0_0000-00?page=44&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1016&previewPage=1> ;
    rico:history "บั้นปลายพุทธทาสไปขอสมเด็จวัดสามพระยาให้แต่งตั้งท่านเป็นอุปัชฌาย์เป็นกรณีพิเศษ (ชราเกินกว่าจะเดินทางไปสอบซ้อมที่กรุงเทพฯ) — สำเร็จ (QA หน้า 408)",
        "ผู้แปลกุมภชาดกจากภาษาบาลี ซึ่งเรื่อง \"ประโยชน์แห่งทาน\" ของท่านพุทธทาสถูกพิมพ์รวมอยู่ในเล่มนั้นด้วย · และเป็นผู้สอนบาลีให้มหาสำเริงที่วัดใหม่ พุมเรียง จนได้เป็นมหาเปรียญ (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๑๙๐ และ ๒๒๐)",
        "พระผู้ใหญ่ที่กรุงเทพฯ (คณะเดียวกับที่อาเสี้ยงเคยบวชที่วัดปทุมคงคา) — คนละรูปกับพระชยาภิวัฒน์เจ้าคณะเมืองไชยา แม้ราชทินนามคล้ายกัน; สนับสนุนเต็มที่ให้พุทธทาสไปเรียนต่อกรุงเทพฯ อยากให้ไปอยู่ด้วย 'เพื่อสืบสายกันไว้' (เคยรับอาเสี้ยงไว้); ตอนพุทธทาสเรียนบาลี ๒๔๗๓ ท่านสอนพิเศษให้ทุกคืนที่กุฏิ (รวมพระเณรอีก ๔-๕ รูป) และใช้อิทธิพลให้ได้เข้าสอบไล่ทั้งที่ไม่ได้ไปโรงเรียน (QA หน้า 122-123)",
        "ในฐานะหัวหน้าศิษย์ เป็นผู้สั่งให้ท่านพุทธทาส (ขณะเป็นพระมหาเงื่อม) แต่งหนังสือ \"การทำทาน\" ขึ้นในเวลาราวหนึ่งสัปดาห์ เพื่อพิมพ์ถวายพระครูคณานุกูลในงานรับสมณศักดิ์ พ.ศ. ๒๔๗๕ และเป็นหัวหน้าผู้วิ่งเต้นจัดงานนั้น" ;
    rico:name "พระครูชยาภิวัฒน์ (มหากลั่น)" .

bia:person-mother-kluean a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=814&previewPage=1> ;
    rico:history "มารดา — ทำตามประเพณี (บูชาท้าวสงกรานต์ ฯลฯ) แต่ 'โดยจิตใจไม่ได้เชื่อมั่น คงคิดว่าทำดีกว่าไม่ทำ'; ไปวัดวันพระบ้าง ตอนเป็นผู้เฒ่าไปประจำ; บ้านไม่มีนางกวัก/กุมารทอง/ศาลพระภูมิ — บรรยากาศครอบครัวเหตุผลนิยม (เดิม: ผู้ให้กำลังหนุนคณะธรรมทาน ทำพินัยกรรมตั้งทุนต้นตระกูลพานิช 2475) (QA หน้า 46-48)",
        "เป็นฝ่ายกวดขันอบรม ตีด้วยก้านมะยมตามธรรมเนียม (ไม่ใช่ด้วยโทสะ ส่วนมากเรื่องทะเลาะพี่น้อง); คุณธรรมที่เน้น=ความรู้บุญคุณคน คอยเตือนบ่อย; ไม่ออกปากชมเชย (QA หน้า 48-49, 63)" ;
    rico:name "เคลื่อน พานิช" .

bia:person-plat-thum a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=856&previewPage=1> ;
    rico:history "เจ้าอาวาสวัดนอก (อุบล) พุมเรียง พระคู่สวดของพุทธทาส; อาจารย์สวดของบิดา (เซี้ยง) คุ้นเคยกับบ้านมาก มาเยี่ยมสนทนาเป็นประจำ; อดีตพระธุดงค์ตัวยง ความเป็นอยู่เรียบง่ายสันโดษ; เป็น 'อาจารย์ผู้เฒ่า ผู้ศักดิ์สิทธิ์' สายกรรมฐานแบบโบราณคู่กับอาจารย์เหม็น; เป็นหมอดูเลข ๗ ตัว ทักพุทธทาสทุกคราวที่ดูว่า 'อย่าสึก อย่าสึก คนดวงนี้เมียจะมีชู้'; เป็นผู้ให้ความคิดและพาไปบรรจุอัฐิบิดาที่ถ้ำพระใหญ่ เขาประสงค์ อ.ท่าชนะ; มรณภาพช่วงพุทธทาสเรียนบาลีที่กรุงเทพฯ เจดีย์บรรจุอัฐิอยู่หน้าโบสถ์วัดอุบล; งานทำบุญประจำปีอัฐิของท่านคนไปกันทั้งพุมเรียง (QA หน้า 83, 88-90)" ;
    rico:name "พระปลัดทุ่ม อินฺทโชโต" .

bia:person-sulak a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1195&previewPage=1> ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0120-029-0_0000-00?page=8&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0120-029-0_0000-00?page=9&previewPage=1> ;
    rico:history "ผู้ตั้งชื่อวารสารปาจารยสารและหาทุนพิมพ์ให้ ตั้งแต่ถือกำเนิดที่วิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร เดือนกรกฎาคม ๒๕๑๔ · และเป็นองค์ปาฐกคนแรกของปาฐกถาปาจารยสาร ณ พระอุโบสถวัดมหาธาตุ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๒๙ เนื่องในโอกาส ๘๐ ปีท่านพุทธทาส",
        "พบกันครั้งแรกที่วัดทองนพคุณ งานศพเจ้าคุณภัทรมุนีองค์ก่อน (อิ๋น) — 'รู้สึกว่าคุณสุลักษณ์รู้เรื่องผมดี...อาจจะอ่านจากหนังสือต่าง ๆ แล้วเพิ่งได้พบตัวกัน'; เคยพาพุทธทาสไปสนทนากับครูบาอาจารย์ที่จุฬาฯ — 'ครูบาอาจารย์เหล่านั้นไม่ยอมรับเรื่องของเรา คุณสุลักษณ์ก็พยายามปรับความเข้าใจ แต่มันก็ทำไม่ได้ มองกันคนละทาง'; เคยเขียนแนะนำสวนโมกข์ (QA หน้า 426-428)" ;
    rico:name "อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์" .

bia:person-ta-jud a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1022&previewPage=1> ;
    rico:history "ผู้ยกที่นาของตนให้สร้างสโมสรธรรมทาน 'เพื่อสร้างอะไรแปลก ๆ'; ช่วยเต็มที่ในการก่อสร้าง เป็นคนติดต่อคนกว้างขวาง วานช้างลากไม้ พาพุทธทาสไปถึงบ้านเจ้าของช้าง; 'นายจูดมากกว่าเพื่อน เดินทุกวัน เดินทุกวัด' (นายคง น้องชายก็ช่วย) (QA หน้า 254-255)" ;
    rico:name "ตาจูด (นายจูด เสือนิล)" .

bia:person-thammathas a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0030-032-0_0000-00?page=200&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0050-017-0_0000-00?page=376&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=876&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=922&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=926&previewPage=1> ;
    rico:hasOrHadAgentName bia:aname-thammathas-01 ;
    rico:history "ก่อรูปความคิด: พบบทความการเผยแผ่ของสมาคมมหาโพธิ (ธรรมปาละ) และหนังสือ 'ยังอิสต์' ของญี่ปุ่นที่หอสมุดตอนเรียนเตรียมแพทย์จุฬาฯ (๒๔๖๙); กลับบ้าน (๒๔๗๐) ตั้งหีบหนังสือให้ยืมอ่าน; รู้จักชาวลังกาชื่อสิริเสนาที่บ้านท่าโพธิ์จึงติดต่อรับวารสาร มหาโพธิ, บริติชบุดดิสต์, บุดดิสต์ อิน อิงแลนด์, บุดดิสต์ แอนนวล ออฟ ซีลอน; แปล/เขียนลง ศรีกรุง เดลิเมล์ ไทยเขษม และเริ่มใช้นามปากกา 'ธรรมทาส' (เดิมชื่อยี่เกย) (QA หน้า 154-155)",
        "จบชั้น ม.๘ จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย — คำบรรยายภาพในเล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๘๐ ระบุว่าเป็นภาพเขาในชุดนักเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ฉายเมื่อจบ ม.๘ (คนละวุฒิกับพี่ชาย)",
        "นามปากกา 'องุ่นอ่อน' เขียนเลียน 'องุ่นเปรี้ยว' ตอบโต้งานของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ที่เขียนเชิงค้านพุทธศาสนา (หน้า 244)",
        "น้องชาย ผู้ร่วมก่อตั้งคณะธรรมทาน",
        "บทบาทช่วงงานศพท่านพุทธทาส ๒๕๓๖: ออก 'คำขอร้องต่อเพื่อนพุทธบริษัท' ๒๘ กันยายน ๒๕๓๖ ขอให้เข้าใจและปฏิบัติตามคำสั่งของท่าน ชักชวนให้เลิกเรื่อง 'ยศช้างขุนนางพระ' ลงชื่อในฐานะกรรมการธรรมทานมูลนิธิ ทายาท และไวยาวัจกรของสวนโมกข์",
        "บอกรับวารสารพุทธศาสนาภาษาอังกฤษ ๔-๕ ฉบับ เช่น มหาโพธิ บริติชบุดดิสต์ และฉบับจากฮาวาย ส่งให้พี่ชายอ่านตั้งแต่ยุคสวนโมกข์พุมเรียง (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๑๐๖, ๑๑๖)",
        "ผู้จัดการคณะธรรมทาน บรรณาธิการหนังสือพิมพ์พุทธศาสนา และผู้ริเริ่มจัดพิมพ์งานของท่านพุทธทาสตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๖ · ต่อมาเป็นประธานกรรมการธรรมทานมูลนิธิ ไชยา",
        "ยุคหลังยังไม่ยอมแพ้ หาต้นฉบับจากวิทยุ/หนังสือพิมพ์ริ้วไทยถอดความมาลง พุทธสาสนา ต่อ (หน้า 242)",
        "ราวมีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๐ เลิกเรียนต่อและกลับมาอยู่บ้านเพื่อรับผิดชอบกิจการทางบ้านและดูแลโยมมารดา ท่านพุทธทาสจึงไม่ต้องสึกออกมา (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๗๘)",
        "รู้จักกิจการสมาคมมหาโพธิและอนาคาริกะธรรมปาละ จากชาวลังกาชื่อสิริเสนาที่มาพักอยู่ที่บ้านท่าโพธิ์ แล้วจึงมีจดหมายติดต่อไป (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๑๒๗)",
        "เคยเซ็นเซอร์พุทธทาสครั้งเดียว: โคลงฝรั่ง 'ปลาสวมหมวก' ที่ท่านแปลงให้สวมหมวกธรรมะขึ้นบกได้ — 'ลงไม่ได้นะ ถ้าลงแล้ว...เขียนให้ดีอย่างนั้นอีกไม่ได้'; สมัยสงครามส่งต้นฉบับให้คุณเพรียง โรจนรัส เพื่อนร่วมชั้น (กรรมการเซ็นเซอร์ที่บ้านดอน) ตรวจ (หน้า 247)",
        "เป็นผู้พิมพ์และผู้โฆษณาแถลงการณ์เรื่องการเผาศพ ที่โรงพิมพ์ธรรมทาน ไชยา (๒๗ กันยายน ๒๕๓๖) (BIA01040000-0050 หน้า 3, 5-6, 13, OCR งวด 2)",
        "ได้รับยกย่องเป็นผู้นำทางวัฒนธรรมดีเด่นของภาคใต้ · เขียนหนังสือสารคดีหลายเล่ม เช่น ไชยา ที่ตั้งนครหลวงของอาณาจักรศรีวิชัย · นิพพานธรรมในประวัติศาสตร์สุวรรณภูมิ · พระนางจามเทวี · พุทธธรรมนำชีวิต" ;
    rico:isChildOf bia:person-father-sieng,
        bia:person-mother-kluean ;
    rico:name "ธรรมทาส พานิช (ยี่เกย)" .

bia:person-upajjhaya-khong a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=851&previewPage=1> ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=854&previewPage=1> ;
    rico:history "ท่านพุทธทาสเลือกท่านเป็นพระอุปัชฌาย์แทนเจ้าคณะเมือง เพราะเป็นที่นิยมชมชอบของผู้ใหญ่ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมของครอบครัว และบังเอิญเจ้าคณะเมืองเดินทางไปบวชที่อื่นในช่วงนั้นพอดี (เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า ๕๘)",
        "พระอุปัชฌาย์ของพุทธทาส (อุปสมบทที่วัดนอก/วัดอุบล พุมเรียง); มรณภาพ 30 พ.ค. 2473",
        "รองเจ้าคณะเมือง อยู่วัดเหนือ (โพธาราม); เป็นคนมักน้อยสันโดษ ไม่สะสม ไม่โมโหร้าย; ตามแบบโบราณต่างคนต่างวัดจึงไม่ได้เอาใจใส่พิเศษ แต่ให้เกียรติ พูดจายกย่องในที่ประชุมอยู่บ่อย ๆ; มรณภาพเมื่อตอนพุทธทาสไปเรียนบาลีที่กรุงเทพฯ (QA หน้า 83, 87-88)" ;
    rico:name "พระครูโสภณเจตสิการาม (คง วิมโล)" .

bia:person-ladphli a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    prov:wasDerivedFrom <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02010000-0020-000-0_0000-00?page=1656&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1496&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=919&previewPage=1>,
        <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0190-023-0_0000-00?page=37&previewPage=1> ;
    rico:history "'สหายธรรมหมายเลขหนึ่ง'",
        "ดอกผลของทุนนี้ใช้พิมพ์หนังสือ ๓ ประเภทที่ตามปกติพิมพ์ไม่ได้เพราะไม่อยู่ในความต้องการของผู้อ่านทั่วไป คือ พระไตรปิฎกแปลตรง คำบรรยายพิเศษ และหนังสือต่างประเทศที่เขาขอร้องให้ช่วยกันแปล",
        "ตำแหน่งที่หลักฐานระบุไว้ต่างช่วงเวลา: อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ (คราวมาเยี่ยมสวนโมกข์ครั้งแรก ๒๔๘๑) และประธานกรรมการศาลฎีกา (คราวเขียนสิบปีเกี่ยวกับสวนโมกขพลาราม)",
        "ถึงแก่อนิจกรรม ๑๙ เมษายน ๒๕๑๑ · พินัยกรรมสั่งตั้งทุนเผยแพร่พระพุทธศาสนาโดยให้ท่านพุทธทาสเป็นผู้เลือกใช้ ปฏิทินชีวิตระบุจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ⚠️ คำปรารภที่พิมพ์ซ้ำต่างเล่มระบุจำนวนไม่ตรงกัน (ขุมทรัพย์ฯ อ่านได้ว่า ๗ แสนบาท) รอผู้รู้ตรวจ",
        "รู้จักกันตั้งแต่สวนโมกข์เก่า (๒๔๘๑) — ซื้อหนังสือทีละ ๒ เล่มส่งให้พุทธทาสเล่มหนึ่งเสมอหลายปี (กฤษณมูรติ เซน วิเวกานันทะ จวงจื๊อ) 'เพื่อความสะดวกในการไต่ถามกัน'; เป็นผู้ปวารณาช่วยจริงจังคนแรก 'จะเอาเท่าไรก็ได้'; เคยนั่งคุยธรรมะกันในรถที่ลานพระบรมรูปทรงม้ายามค่ำคืน 'ทำแบบผู้หญิงผู้ชายเขาไปคุยกัน แต่เราคุยกันเรื่องธรรมะ' (QA หน้า 413, 415-416)",
        "สมัยสวนโมกข์เก่า เหมาสร้างกุฏิสำหรับฝึกพระเณรรุ่นพิเศษคนเดียว ๕ หลัง หลังละ ๔๕ บาท (QA หน้า 212)",
        "อุปนิสัย: 'จริงใจในธรรมะ ยุติธรรม ตรงไปตรงมา กล้าหาญเด็ดเดี่ยว ไม่ค่อยยิ้ม' ศึกษาด้านปัญญาเป็นหลักเพราะทำกรรมฐานไม่ได้ (QA หน้า 416)",
        "เป็นผู้พาพุทธทาสไปฟังสุชีโวภิกขุเทศน์ภาษาอังกฤษครั้งแรกในเมืองไทย (QA หน้า 151)" ;
    rico:name "พระยาลัดพลีธรรมประคัลภ์ (วงศ์ ลัดพลี)" .

bia:person-suthon a rico:Person ;
    dcterms:rights bia:rights-dhammadana ;
    rdfs:seeAlso <https://archives.bia.or.th/printed/BIA-P02030200-0160-005-0_0000-00?page=1021&previewPage=1> ;
    rico:history "กำลังหลักฝ่ายสงฆ์ในงานก่อสร้างยุคไชยา: ไปนอนป่าช่วยงานหาไม้สร้างสโมสรธรรมทาน 'เหนื่อยมาก เหนื่อยที่สุด'; ร่วมงานศาลาสันติภาพ ๒๔๘๙; ภายหลังพุทธทาสอ้อนวอนให้ย้ายมาอยู่วัดชยารามจนเป็นเจ้าอาวาส (ในเล่มสะกดทั้ง 'สุธนธรรมสาร' และ 'ธนธรรมสาร') (QA หน้า 253-257)",
        "พุทธทาสยกเป็นตัวอย่างคนเดียวของ 'เพื่อนชนิดที่ว่ารักใคร่ตายแทนกันได้' — 'มันเป็นเพื่อนโดยจิตใจร้อยเปอร์เซนต์...ภายนอกอาจจะดูไม่อีนังขังขอบอะไรเลย' (QA หน้า 432)" ;
    rico:name "พระครูสุธนธรรมสาร (ท่านธนฯ)" .

bia:rights-dhammadana a dcterms:RightsStatement ;
    rdfs:label "Terms of the source publication (dhamma-dana)"@en,
        "กติกาของสิ่งพิมพ์ต้นฉบับ (ธรรมทาน)"@th ;
    rdfs:comment "Descriptive text in this item is quoted from the source publication, which is distributed as dhamma-dana (free distribution) with commercial printing reserved."@en,
        "ข้อความบรรยายในรายการนี้ยกมาจากสิ่งพิมพ์ต้นฉบับ ซึ่งเผยแพร่เป็นธรรมทาน และสงวนสิทธิ์การพิมพ์จำหน่าย"@th ;
    rdfs:seeAlso bia: .

